Collagen Banking คืออะไร?

Collagen Banking คืออะไร? เติมคอลลาเจนอย่างไร ให้ผิวแข็งแรงระยะยาว

พอเข้าสู่ช่วงอายุ 30 ผิวของเราก็จะเริ่มดูหย่อนคล้อย ไม่เต่งตึงเหมือนก่อน ทั้ง ๆ ที่ยังดูแลผิวเหมือนเดิมทุกอย่าง สาเหตุหลักนั้นมาจากปริมาณคอลลาเจนในผิวที่ค่อย ๆ ลดลงตามวัยซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นคำถามถัดมาคือ แล้วเราสามารถวางแผนรับมือกับเรื่องนี้ล่วงหน้าได้หรือไม่? นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิด Collagen Banking แนวทางการดูแลผิวที่เน้นทั้งการรักษาคอลลาเจนเดิมเอาไว้ และการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่อย่างต่อเนื่อง เหมือนกับการฝากออมไว้ก่อนที่ปัญหาผิวจะสะสมจนแก้ไขได้ยาก

สรุปสาระสำคัญ

  • Collagen Banking คือแนวคิดการดูแลผิวแบบระยะยาว โดยจะเน้นทั้งการปกป้องคอลลาเจนเดิม และการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ควบคู่ไปด้วยกัน
  • สาเหตุที่คอลลาเจนในผิวลดลงเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งอายุที่เพิ่มขึ้น แสงแดด รวมถึงพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วย
  • Collagen Banking สามารถทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การดูแลผิวด้วยสกินแคร์ ไปจนถึงการใช้เครื่องยกกระชับ และโปรแกรมฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน

Collagen Banking คืออะไร

Collagen Banking เทรนด์การดูแลคอลลาเจนในผิวแบบระยะยาว ไม่ใช่แค่การแก้ปัญหาเมื่อผิวหย่อนคล้อยหรือมีริ้วรอยแล้วเท่านั้น แต่คือการวางแผนล่วงหน้า โดยมุ่งเน้นไปที่ 2 แนวทางหลักไปพร้อม ๆ กัน ได้แก่

  • การรักษาคอลลาเจนที่มีอยู่เดิมไม่ให้เสื่อมสลายเร็วเกินไป
  • การกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนอย่างสม่ำเสมอ

ซึ่งเปรียบเหมือนการฝากออมไว้ในธนาคาร ยิ่งเริ่มต้นดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ผิวก็ยิ่งมีต้นทุนสะสมไว้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงตามวัยได้มากขึ้น

ทำไมคอลลาเจนในผิวถึงลดลง

สาเหตุที่ทำให้คอลลาเจนในผิวลดลง เกิดได้จากหลายปัจจัยร่วมกัน ดังนี้

  • อายุที่เพิ่มขึ้น : เมื่ออายุมากขึ้น การทำงานของเซลล์ไฟโบรบลาสต์ซึ่งทำหน้าที่สร้างคอลลาเจนจะค่อย ๆ ลดประสิทธิภาพลง ทำให้ปริมาณคอลลาเจนใหม่ที่ผลิตได้น้อยกว่าที่สลายไปในแต่ละวัน
  • แสงแดดและรังสี UV : รังสี UV เป็นตัวเร่งให้เกิดกระบวนการสลายคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้ และยังกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำลายโครงสร้างผิวเพิ่มเติม
  • พฤติกรรมที่เร่งการเสื่อมของผิว : เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดสะสม การสูบบุหรี่ หรือการรับประทานน้ำตาลสูง ล้วนส่งผลให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนทำงานได้ไม่เต็มที่

Collagen Banking ช่วยอะไรกับผิวบ้าง

การดูแลผิวอย่างต่อเนื่องด้วยแนวคิด Collagen Banking จะช่วยสนับสนุนโครงสร้างผิวในหลายด้าน เช่น

  • ความแน่นและความยืดหยุ่นของผิวที่ดีขึ้น
  • ริ้วรอยที่ดูตื้นลง
  • ความหย่อนคล้อยที่ลดลง
  • รูขุมขนที่ดูกระชับขึ้น
  • ช่วยฟื้นฟูผิวในบริเวณที่มีหลุมสิวให้ดูเรียบเนียนขึ้นได้ในระดับหนึ่ง

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและความสม่ำเสมอในการดูแลของแต่ละคน

ทำ Collagen Banking ที่ Amarante Clinic

ที่ Amarante Clinic การทำโปรแกรม Collagen Banking ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเติมเต็มด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง แต่มีทั้งกลุ่มโปรแกรมฉีดและกลุ่มเครื่องยกกระชับให้เลือกตามความเหมาะสม โดยทีมแพทย์มากฝีมือจะเป็นผู้ประเมินสภาพผิวของแต่ละคนก่อนวางแผน เพื่อให้การดูแลผิวไม่ได้มีแค่เรื่องของการเติมเต็มคอลลาเจนเท่านั้น แต่ยังช่วยดูแลปัญหาผิวเฉพาะจุดของแต่ละคนไปพร้อม ๆ กันด้วย

Collagen Banking ทำอย่างไรได้บ้าง

แนวทางในการดูแลผิวด้วยการทำ Collagen Banking จะแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ การลดการสูญเสียคอลลาเจนเดิม และการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งสามารถเลือกทำร่วมกันได้ตามความเหมาะสมของแต่ละคน ดังนี้

ปกป้องคอลลาเจนที่มีอยู่

ก่อนจะไปถึงขั้นตอนกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ การปกป้องคอลลาเจนเดิมไม่ให้เสื่อมเร็วเกินไปก็สำคัญไม่แพ้กัน ขั้นตอนนี้จะเริ่มตั้งแต่การทาครีมกันแดดเป็นประจำเพื่อลดผลกระทบจากรังสี UV การนอนหลับให้เพียงพอ การเลือกรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ และการลดพฤติกรรมที่เร่งการเสื่อมของผิว เช่น การสูบบุหรี่หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ

ดูแลผิวด้วยสกินแคร์

สกินแคร์บางกลุ่มมีส่วนช่วยสนับสนุนการผลัดเซลล์ผิวและกระบวนการสร้างคอลลาเจนได้ในระดับหนึ่ง เช่น กลุ่มวิตามินซี กลุ่มเรตินอยด์ และกลุ่มเปปไทด์ ซึ่งควรเลือกใช้ให้เหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน และควรใช้ควบคู่กับการปกป้องผิวจากแสงแดดเสมอ

กระตุ้นคอลลาเจนด้วยเครื่องยกกระชับหน้า

นอกจากการดูแลผิวด้วยสกินแคร์แล้ว การเลือกทำหัตถการต่าง ๆ เองก็เป็นอีกวิธีที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในบริเวณที่ต้องการได้ชัดเจนมากขึ้น โดยแต่ละเครื่องมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนี้

โปรแกรม Ulthera Prime

โปรแกรม Ulthera Prime เป็นหัตถการเครื่องยกกระชับด้วยการใช้พลังงานอัลตราซาวด์เฉพาะจุด (HIFU) ส่งพลังงานลงไปถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ใช้ในการยกกระชับด้วยการผ่าตัดดึงหน้า ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนพร้อมกับยกกระชับโครงสร้างผิวไปพร้อม ๆ กัน

โปรแกรม Oligio X

โปรแกรม Oligio X เป็นหัตถการเครื่องยกกระชับดูแลผิวแบบครอบคลุมด้วยการใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ส่งความร้อนไปยังชั้นผิวเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มมีผิวหย่อนคล้อย และต้องการปรับรูปหน้าให้ดูกระชับขึ้น

โปรแกรม Thermage

โปรแกรม Thermage เป็นหัตถการเครื่องยกกระชับด้วยเทคโนโลยี RF ที่เน้นกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้ ช่วยเรื่องความกระชับของกรอบหน้าและลดความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางได้เป็นอย่างดี

โปรแกรม Pico Laser

โปรแกรม Pico Laser เป็นเลเซอร์ยอดนิยมที่นอกจากจะช่วยดูแลปัญหาเม็ดสีอย่างฝ้า กระ จุดด่างดำ และรอยสิวแล้ว พลังงานเลเซอร์ยังสามารถกระตุ้นให้เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิวไปพร้อมกันได้อีกด้วย

ฉีดคอลลาเจนสด

เป็นการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยการฉีดคอลลาเจนสดเข้าสู่ผิวโดยตรง เพื่อเสริมโครงสร้างคอลลาเจนในบริเวณที่ขาดหายไป ช่วยให้ผิวได้รับคอลลาเจนในรูปแบบพร้อมใช้งานโดยตรง ควบคู่ไปกับการกระตุ้นให้เซลล์ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเองต่อไป โดยมีหลายโปรแกรมที่แนะนำ ได้แก่

โปรแกรม TheraFill

โปรแกรม TheraFill คือการฉีดสารกลุ่มคอลลาเจนสดสำหรับการเติมเต็มและเสริมโครงสร้างผิวในบริเวณที่ต้องการ ช่วยสนับสนุนให้ผิวดูเต่งตึงขึ้นในบริเวณที่ฉีด

ฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน (Biostimulator)

เป็นการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนในกลุ่ม Biostimulator จะมีการทำงานที่แตกต่างไปจากฟิลเลอร์ทั่วไป เพราะไม่ได้เพียงเติมเต็มปริมาตรผิวเท่านั้น แต่จะเข้าไปกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ให้ค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาใหม่ ทำให้เห็นผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยมีหลายโปรแกรมที่แนะนำ ได้แก่

โปรแกรม Sculptra

โปรแกรม Sculptra คือ Biostimulator ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Poly-L-Lactic Acid (PLLA) ซึ่งอยู่ในกลุ่มสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ผิวหนัง ช่วยกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนขึ้นเองอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดีในระยะยาว

โปรแกรม Ellansé

โปรแกรม Ellansé คือ Biostimulator ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น Polycaprolactone (PCL) ซึ่งจะค่อย ๆ สลายตัวไปพร้อมกับกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นผิว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว

ฉีดสารกลุ่ม CaHA

เป็นการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยการฉีดสารกลุ่ม Calcium Hydroxyapatite (CaHA) ที่นอกจากจะช่วยในเรื่องของการเติมเต็มโครงสร้างผิวที่ยุบตัวลงแล้ว ยังทำหน้าที่เป็นโครงร่างที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเองรอบบริเวณที่ฉีดเพิ่มเติมด้วย โดยมีหลายโปรแกรมที่แนะนำ ได้แก่

โปรแกรม Radiesse

โปรแกรม Radiesse เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมโครงสร้างผิวบริเวณที่มีการยุบตัวจากการเสื่อมสภาพของชั้นไขมันและกระดูก ช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงของโครงสร้างผิวควบคู่ไปกับการกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อมกัน

โปรแกรม HArmonyCa

โปรแกรม HArmonyCa ผสาน 2 ตัวช่วยอย่าง Hyaluronic Acid (HA) เข้ากับ Calcium Hydroxyapatite อย่างลงตัว เพื่อช่วยเติมเต็มและยกกระชับโครงสร้างผิว พร้อมกับกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อมกัน

กลุ่มฉีดสารกลุ่มคุณภาพงานผิว

เป็นการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยกลุ่มฉีดสารกลุ่มคุณภาพงานผิว โดยสารในกลุ่มนี้จะเน้นดูแลปัญหาคุณภาพผิว เช่น ผิวขาดความชุ่มชื้นหรือผิวหมองคล้ำเป็นหลัก แต่ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ในระดับหนึ่งเช่นกัน โดยมีหลายโปรแกรมที่แนะนำ ได้แก่

โปรแกรม Profhilo

โปรแกรม Profhilo เป็นสารเติมเต็มในกลุ่ม Bio-Remodeling ที่มีจุดเด่นในด้านของการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวชั้นลึก พร้อมช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวดูเรียบเนียน และกระชับมากขึ้น

Vitaran PN

โปรแกรม Vitaran เป็นฉีดสารเติมเต็มที่มีส่วนประกอบหลักจากกลุ่ม Polynucleotide หรือที่เรียกกันว่า การฉีด PN ซึ่งช่วยฟื้นฟูคุณภาพผิวและสนับสนุนการทำงานของเซลล์ผิว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนไปพร้อม ๆ กัน ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดี เรียบเนียน และกระจ่างใสมากขึ้น

อายุเท่าไหร่ควรเริ่มทำ Collagen Banking

การทำ Collagen Banking ยิ่งเริ่มต้นดูแลได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งมีต้นทุนคอลลาเจนสะสมไว้รับมือกับความเปลี่ยนแปลงตามวัยได้มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น อายุเท่าไรก็สามารถเริ่มทำได้ แต่โดยทั่วไปแล้ว หลังจากอายุ 25 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่การผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติเริ่มลดลง ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มวางแผนดูแลผิวในเชิงป้องกันได้แล้ว

อายุ 40–50 ปี เริ่ม Collagen Banking ยังทันไหม

สำหรับผู้ที่อายุ 40-50 ปี ยังสามารถเริ่มทำ Collagen Banking ได้ เพียงแต่แนวทางการดูแลอาจต้องปรับสัดส่วนให้เน้นการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่มากกว่าการปกป้องคอลลาเจนเดิมเพียงอย่างเดียว เนื่องจากในวัยนี้ ผิวมักมีความหย่อนคล้อยและริ้วรอยปรากฏชัดเจนขึ้นแล้ว การประเมินจากแพทย์ก่อนวางแผนจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพื่อเลือกวิธีการดูแลที่เหมาะกับสภาพผิวในขณะนั้น

Collagen Banking แบบไหนเหมาะกับปัญหาผิวแต่ละแบบ

แนวทางในการดูแลผิวด้วยการทำ Collagen Banking ควรปรับให้เหมาะสมกับสภาพผิวในขณะนั้น โดยมีคำแนะนำตามตารางด้านล่าง ดังนี้

ลักษณะผิวแนวทางในการรักษาโปรแกรมที่แนะนำ
ยังไม่มีริ้วรอยชัดเจนเน้นปกป้องคอลลาเจนเดิม ควบคู่กับการใช้สกินแคร์ครีมกันแดด และสกินแคร์กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว
เริ่มมีริ้วรอยร่องตื้นเสริมการกระตุ้นคอลลาเจนเล็กน้อย ควบคู่ไปกับการป้องกันโปรแกรม Profhilo, โปรแกรม Vitaran PN
ผิวเริ่มหย่อนคล้อยเน้นกระตุ้นคอลลาเจนด้วยเครื่องยกกระชับ หรือสารฉีดในกลุ่ม Biostimulatorโปรแกรม Ulthera Prime, โปรแกรม Oligio X, โปรแกรม Sculptra
คุณภาพผิวลดลง (หมองคล้ำ ไม่เรียบเนียน)เน้นสารกลุ่มคุณภาพงานผิวร่วมกับการกระตุ้นคอลลาเจนโปรแกรม Profhilo, โปรแกรม TheraFill
มีหลายปัญหาร่วมกันวางแผนหลายหัตถการร่วมกันตามลำดับความสำคัญปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนเฉพาะบุคคล

Collagen Banking กับ Skin Longevity ต่างกันอย่างไร

Skin Longevity เป็นแนวคิดที่มองภาพรวมของสุขภาพผิวในระยะยาว ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย เช่น คอลลาเจน อีลาสติน เกราะปกป้องผิว และไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ของแต่ละคน ในขณะที่แนวคิดของการทำ Collagen Banking จะเป็นแนวทางที่เจาะจงเฉพาะในเรื่องของการดูแลคอลลาเจนเป็นหลัก ดังนั้น จึงสามารถกล่าวได้อีกอย่างว่า การทำ Collagen Banking เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Skin Longevity ที่โฟกัสไปที่โครงสร้างคอลลาเจนโดยเฉพาะก็ไม่ผิดเช่นกัน

Collagen Banking ต้องทำบ่อยแค่ไหน

ความถี่ในการทำ Collagen Banking จะขึ้นอยู่กับวิธีที่เลือกใช้ และสภาพผิวของแต่ละคน แต่โดยทั่วไปแล้ว ควรมีการดูแลอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ระดับคอลลาเจนในผิวลดลงมากเกินไป ซึ่งแพทย์มักแนะนำให้กลับมาประเมินและทำซ้ำทุก ๆ 6 เดือน เพื่อรักษาระดับคอลลาเจนในผิวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

วางแผน Collagen Banking อย่างไรให้เหมาะกับผิว

การทำ Collagen Banking ให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสม ควรเริ่มจากการวางแผนร่วมกับแพทย์ ดังนี้

  • ประเมินคุณภาพและความหย่อนคล้อยของผิว : เพื่อดูว่าผิวอยู่ในระยะใด และควรเน้นการปกป้องหรือการกระตุ้นมากกว่ากัน
  • เลือกวิธีตามปัญหาหลัก : เลือกโปรแกรมที่ตรงกับปัญหาผิวที่เป็นจุดสำคัญของแต่ละคนก่อน
  • วางแผนหลายหัตถการเมื่อจำเป็น : บางกรณีอาจต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน เพื่อดูแลทั้งเรื่องการปกป้องและการกระตุ้นคอลลาเจนไปพร้อม ๆ กัน
  • ติดตามและปรับแผนตามการเปลี่ยนแปลงของผิว : เนื่องจากสภาพผิวเปลี่ยนแปลงไปตามวัย แผนการดูแลจึงควรได้รับการปรับให้เหมาะสมอยู่เสมอ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Collagen Banking

ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะการทำ Collagen Banking ครอบคลุมตั้งแต่การปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด การดูแลด้วยสกินแคร์ ไปจนถึงหัตถการความงามต่าง ๆ เช่น การใช้เครื่องยกกระชับหรือการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งการฉีดเป็นเพียงหนึ่งในหลายวิธีที่ใช้ร่วมกันได้

การรับประทานคอลลาเจนเสริมอาจมีส่วนช่วยสนับสนุนสุขภาพผิวได้บ้าง แต่คอลลาเจนที่รับประทานเข้าไปจะถูกย่อยเป็นกรดอะมิโนก่อนดูดซึม จึงไม่ได้ถูกนำไปใช้สร้างคอลลาเจนที่ผิวโดยตรงทั้งหมด การทำ Collagen Banking ให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมจึงควรผสมผสานทั้งเรื่องโภชนาการ การปกป้องผิว และหัตถการที่คลินิกร่วมกัน

ไม่เหมือนกันทั้งหมด เพราะ Biostimulator เป็นเพียงหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ในกระบวนการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Collagen Banking เท่านั้น ในขณะที่ Collagen Banking เป็นภาพรวมของแนวทางการดูแลผิวที่ประกอบด้วยทั้งการปกป้องคอลลาเจนเดิมและการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ควบคู่กัน

Collagen Banking ไม่ได้ทำให้ผิวไม่แก่ไปตามวัยเลย แต่สามารถช่วยสนับสนุนโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้น และอาจช่วยให้สัญญาณของความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยปรากฏช้าลงกว่าการปล่อยผิวไว้โดยไม่ดูแลได้ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมและความสม่ำเสมอในการดูแลของแต่ละคน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนให้เหมาะกับตัวเองก่อนตัดสินใจทำหัตถการใด ๆ

เริ่มวางแผน Collagen Banking ให้เหมาะกับสภาพผิว

หากคุณกำลังมองหาแนวทางในการดูแลผิวที่มองไปไกลกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า Collagen Banking คือแนวคิดที่จะช่วยให้การดูแลคอลลาเจนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและเหมาะกับสภาพผิวของแต่ละคน ที่ Amarante Clinic ทีมแพทย์ของเราจะช่วยทำการวิเคราะห์ ประเมินสภาพผิวอย่างละเอียด และวางแผนการดูแลที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องคอลลาเจนเดิมหรือการกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ด้วยวิธีที่หลากหลาย หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูลหรือดูรีวิวเพิ่มเติมได้ภายในเว็บไซต์ หรือปรึกษาปัญหาเบื้องต้นได้ตามช่องทางด้านล่างนี้

✓ บทความนี้ตรวจสอบความถูกต้องทางการแพทย์โดย ทีมแพทย์ Amarante Clinic — แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ความงามและศัลยแพทย์ตกแต่ง

ขอบคุณคุณลูกค้าทุกท่านที่สนใจโปรโมชั่นดีๆ ของ Amarante Clinic นะคะ
🚩 อย่าลืมแอดไลน์ @amarante.official เพื่อที่จะไม่พลาดโปรโมชั่นสุดพิเศษนะคะ
😄 หรือสนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลย
✅ Line คลิก > @amarante.official
✅ Inbox Facebook คลิก > @amaranteclinic
✅ Instagram คลิก > amarante_clinic
📍 สาขา อารีย์ : อาคารบ้านยสวดี (BTS อารีย์ ทางออกที่ 3) 
📞 080-393-6669
📍 สาขา บางนา : For You Park
📞 080-556-5294
📍 ทั้ง 2 สาขา มีที่จอดรถ สะดวกสบาย
🕘 เปิดให้บริการทุกวัน : 11.00-20.00 น.

ช่องทางติดต่อ - สาขาอารีย์

ช่องทางติดต่อ - สาขาบางนา

ไอคอน PDPA

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า