การมีหุ่นและรูปร่างที่ดี เฟิร์ม กระชับ คงเป็นสิ่งที่ทุกคนใฝ่ฝัน โดยปกติแล้วในตลาดด้านความงาม ก็มีเครื่องมือ เทคโนโลยีรวมถึงนวัตกรรมต่างๆ ในการช่วยดูแลหุ่นและรูปร่างของคุณ โดยแต่ละโปรแกรมก็มีข้อกำจัดที่แตกต่างกันออกไป ให้คุณได้เลือกสรรในแบบที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุด
สำหรับวันนี้ทาง Amarante Clinic จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับเครื่องสลายไขมันพร้อมกระชับสัดส่วน ตัวที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน คือ เครื่อง Cool Sculpting นั่นเอง
CoolSculpting คืออะไร ?
Cool sculpting นวัตกรรมที่ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินด้วยความเย็น โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ซึ่งเป็นการแช่แข็งเซลล์ไขมันด้วยความเย็นจัด จากภายในซึ่งสามารถแช่แข็งตัวเซลล์ไขมันได้อย่างตรงจุดที่ต้องการรักษา และไม่ทำให้เกิดอาการเจ็บและไม่ทำให้เกิดแผล
CoolSculpting มีกระบวนการทำงานอย่างไร ?
การทำงานของเครื่อง Cool Sculpting คือ จะมีกระบวนการส่งความเย็นไปยังเซลล์ไขมันใต้ผิวหนังบริเวณที่ต้องการกำจัด ซึ่งเซลล์ไขมันจะถูกแช่แข็งด้วยอุณหภูมิ -10 ถึง -13 องศาเซลเซียส และไขมันจะถูกทำลาย โดยไปใช้ระยะเวลาประมาณ 2- 4 สัปดาห์ หลังจากนั้นร่างกายจะทำการกำจัดไขมันออกด้วยวิธีการตามธรรมชาติ คือกระบวนการกำจัดของเสียในร่างกายตามปกติ และเซลล์ไขมันก็จะค่อยๆสลายออกไปเอง
CoolSculpting มีทั้งหมดกี่หัว
หัวของเครื่อง Cool Sculpting จะมีทั้งหมด 6 หัว โดยแต่ละหัว จะการทำงานในจุดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งในการรักษาแต่ละบริเวณจำเป็นต้องใช้หัวเครื่องให้เหมาะสมกับจุดที่ทำ โดยมีรายละเอียดของหัวเครื่องแต่ละอันดังนี้
- หัว Coolcore Advantage เป็นหัวที่เหมาะใช้กับบริเวณที่มีไขมันไม่มากนัก ไขมันอยู่ในระดับปานกลาง เช่น บริเวณหน้าท้องน้อย ซึ่งสามารถใช่ร่วมกับหัว CoolMax เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง
- หัว Coolcurve Advantage เป็นหัวที่เหมาะกับบริเวณที่เป็นไขมันดื้อ (Stubborn Fat) ในบริเวณเป็นพื้นที่แคบ หรือบริเวณที่มีส่วนเว้า ส่วนโค้ง เช่น เอว
- หัว CoolMax เป็นหัวขนาดใหญ่ที่สุด จึงเหมาะที่จะใช้กับบริเวณที่มีไขมันในพื้นที่กว้าง เช่น บริเวณหน้าท้องส่วนบนทั้งหมด บริเวณหลัง
- หัว Coolfit Advantage เป็นหัวที่ใช้กับบริเวณที่มีไขมันส่วนเกิน ในส่วนที่ไม่กว้างมากนัก เช่น ต้นแขน ต้นขาด้านใน
- หัว CoolSmooth PRO เป็นหัวที่ใช้โดยการวางหัวไว้บนบริเวณผิวและไม่ต้องดูดเข้าไปในเครื่อง ซึ่งใช้กำจัดไขมันได้ทั่วร่างกายตามที่ต้องการ
- หัว CoolMINI เป็นหัวที่เล็กที่สุด จะใช้ในบริเวณที่เล็ก เข้าถึงยาก และไม่สามารถใช้หัวอื่นได้ เช่น เหนียง ใต้รักแร้
ข้อดีของ CoolSculpting
- กำจัดไขมันส่วนเกินได้อย่างตรงจุด : ใช้ความเย็นในการทำลายเซลล์ไขมันโดยไม่กระทบต่อผิวหนังหรือเนื้อเยื่อรอบข้าง ช่วยลดไขมันได้อย่างตรงจุด
- ลดไขมันดื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ : สามารถจัดการไขมันเฉพาะจุดที่ลดยาก แม้ออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารแล้ว เช่น หน้าท้อง ต้นแขน หรือต้นขา
- ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น : เป็นหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที
- ใช้เวลาทำหัตถการไม่นาน : แต่ละบริเวณใช้เวลาประมาณ 35 – 60 นาทีต่อครั้ง ขึ้นอยู่กับขนาดของบริเวณที่ทำ
- เจ็บน้อย : ระหว่างทำอาจรู้สึกเย็นหรือชาบริเวณที่ทำเล็กน้อย แต่ไม่เจ็บรุนแรง เป็นความรู้สึกเจ็บที่สามารถอดทนได้
- ผลลัพธ์อยู่ได้นาน : เซลล์ไขมันที่ถูกกำจัดจะไม่กลับมาอีก หากควบคุมน้ำหนักอย่างเหมาะสม
- ช่วยลดไขมันโดยไม่ทำให้ผิวหย่อนคล้อย : ผิวบริเวณที่ทำยังคงความเรียบเนียนและกระชับ
CoolSculpting เหมาะกับใคร ?
คนที่ออกกำลังกายแล้วแต่ยังมีไขมันส่วนเกิน บริเวณต่างๆ รวมถึงสัดส่วนที่ไม่เฟิร์มกระชับตามที่ต้องการ
การออกกำลังกายอย่างหนักอาจจะทำให้คุณผอมลงและมีน้ำหนักที่ลดลงได้ แต่สัดส่วนของคุณอาจจะไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงตามที่คุณต้องการมากนักเลยทำให้ไม่ได้หุ่นตามที่ต้องการ
คนที่ไม่สามารถออกกำลังกายได้อย่างเต็มที่ ด้วยข้อจำกัดทางร่างกายต่างๆ
สำหรับคนที่มีข้อกำจัดด้านร่างกายในการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเจ็บปวดกล้ามเนื้อ หรือกระดูก ทำให้ไม่สามารถออกกำลังกายได้ตามที่ต้องการ มีไขมันสะสมตามจุดต่างๆ และต้องการกำจัดไขมันก็เหมาะกับการทำ Cool Sculpting เช่นกัน
คนที่อยากลดไขมันในร่างกาย ตามจุดต่างๆ และเสริมให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น
บางท่านมีรูปร่าง และหุ่นที่ดีอยู่แล้ว แต่มีปัญหาเรื่องไขมันสะสมตามจุดต่างๆที่ต้องการกำกัดออกเพื่อสุขภาพที่ดีมากขึ้น ซึ่งการทำ Cool Sculpting เป็นโปรแกรมที่ตอบโจทย์และแก้ปัญหาได้ตรงจุด
CoolSculpting สามารถทำบริเวณใดได้บ้าง ?
- บริเวณหน้าท้อง รอบเอวและด้านข้าง
- บริเวณใบหน้า เหนียง ใต้คาง
- บริเวณต้นแขน และต้นขา
- บริเวณใต้รักแร้
- บริเวณปีกด้านหลัง
- บริเวณรอบสะโพกและก้น
เตรียมตัวก่อนทำ CoolSculpting
ก่อนทำ CoolSculpting ไม่จำเป็นต้องมีการเตรียมตัวหรือมีสิ่งที่ต้องทำเป็นพิเศษ แต่เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ควรเข้ารับการวิเคราะห์ปัญหา ประเมินสัดส่วน และวางแผนการรักษากับทีมแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
นอกจากนี้ ควรแจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว รวมถึงยาที่รับประทานอยู่ให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและทำให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น พร้อมให้ผลลัพธ์ที่ตรงตามความคาดหวังมากยิ่งขึ้น
วิธีดูแลตัวเองหลังทำ CoolSculpting
หลังทำ CoolSculpting สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยอาจมีอาการบวม ชา หรือปวดเล็กน้อยบริเวณที่ทำ ซึ่งมักจะค่อย ๆ ดีขึ้นและหายได้เองภายในไม่กี่วัน
เพื่อให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ควรดูแลตัวเองด้วยการควบคุมอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เซลล์ไขมันที่เหลืออยู่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยคงผลลัพธ์ให้อยู่ยาวนานมากยิ่งขึ้น
ข้อจำกัดในการทำ CoolSculpting
- ไม่ใช่วิธีรักษาโรคอ้วน เนื่องจากโปรแกรมนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อลดน้ำหนักทั้งตัว แต่ช่วยเสริมในการลดไขมันเฉพาะจุดหรือไขมันที่ลดยาก เน้นปรับสัดส่วนของร่างกายให้สวยงาม
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวบางประการ เช่น ผู้ที่มีภาวะไวต่อความเย็น (Cold Sensitivity) อาทิ Cryoglobulinemia, Cold Agglutinin Disease หรือ Paroxysmal Cold Hemoglobinuria ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
- ต้องใช้เวลาเห็นผล ไขมันจะค่อย ๆ สลายตามกระบวนการของร่างกาย ไม่ได้เห็นผลทันทีหลังทำ
- อาจต้องทำมากกว่า 1 ครั้ง หากมีไขมันสะสมมาก แนะนำให้เข้ามาทำซ้ำเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังทำ CoolSculpting
- บวม แดง หรือช้ำบริเวณที่ทำ
- มีรอยเขียวช้ำจากแรงดูดของเครื่อง
- อาการชา หรือรู้สึกตึงผิวเล็กน้อย
- ปวดหรือเจ็บเล็กน้อย
- ผิวไวต่อการสัมผัส
- ภาวะไขมันนูนแข็ง (พบได้น้อย)
CoolSculpting ผลลัพธ์อยู่ได้นานไหม ?
ผลลัพธ์ของ CoolSculpting สามารถอยู่ได้อย่างยาวนาน เนื่องจากเป็นการทำลายเซลล์ไขมันด้วยความเย็น เมื่อเซลล์ไขมันถูกกำจัดออกไปแล้ว จะไม่สามารถกลับมาได้อีก ซึ่งจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ชัดเจนหลังจากทำไปแล้ว 3 เดือน
อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองหลังทำ หากมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่เหมาะสมและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยรักษาผลลัพธ์ให้ยาวนานได้
ทำโปรแกรม CoolSculpting ที่ไหนดี ?
การเลือกคลินิกทำ CoolSculpting ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและไม่เสี่ยงอันตราย ควรพิจารณามาตรฐานของคลินิก ที่เลือกใช้เครื่อง CoolSculpting ของแท้ที่ได้รับการรับรองและตรวจสอบได้ ที่สำคัญ ผู้ทำหัตถการ ต้องมีทั้งความรู้และประสบการณ์ในการวางตำแหน่งเครื่องอย่างถูกต้อง ร่วมกับมีการประเมินสัดส่วนและวิเคราะห์ไขมันก่อนทำอย่างละเอียด และวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้เห็นผลชัดเจนได้จริง และไขมันลดลงอย่างสม่ำเสมอ มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง มีการดูแลและติดตามผลหลังทำ รวมถึงมีการให้คำแนะนำอย่างจริงใจ
โปรแกรม CoolSculpting ที่ Amarante Clinic
หากกำลังมองหาวิธีลดไขมันดื้อ จัดการกับไขมันเฉพาะจุดที่ลดยาก ขอแนะนำให้เข้ามาทำโปรแกรม CoolSculpting ที่ Amarante Clinic โดยมีการประเมินสัดส่วนและวางแผนการรักษาอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ช่วยเพิ่มความมั่นใจในรูปร่าง ไม่ว่าจะแต่งตัวสไตล์ไหนก็เป๊ะทุกมุมมอง เริ่มต้นคืนหุ่นสวยสับ เพียงทักแชทจองคิวเพื่อเข้ามาปรึกษากับแพทย์ได้แล้ววันนี้ที่ช่องทางด้านล่างที่ได้แนบไว้