เบื่อไหม? กับการนั่งทำงานจนไหล่ตั้ง คอบ่าแข็งจนร้าวไปถึงหัว ปัญหาออฟฟิศซินโดรม เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่แวะเวียนมาหาแทบทุกคนโดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ทำงานในออฟฟิศ คนไข้มักจะถามอยู่บ่อยครั้งว่า มีโปรแกรมไหนที่สามารถช่วยจัดการกับปัญหานี้ได้หรือเปล่า ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกกันครับว่าโปรแกรมโบท็อกคอบ่าไหล่ ทำงานอย่างไร และจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้จริงไหม เราไปดูพร้อม ๆ กันเลย
สรุปสาระสำคัญ
การทำโบท็อก ที่บริเวณ คอ บ่า และไหล่ เป็นทางออกที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่มีปัญหาออฟฟิศซินโดรมเรื้อรัง โดยตัวยาจะเข้าไปคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งและสยบจุดกดเจ็บให้กลับมาเบาสบาย พร้อมมอบผลลัพธ์ด้านความงามที่ช่วยปรับช่วงคอให้ดูเรียวระหงและลดขนาดบ่าให้ดูเล็กลงได้
โบท็อกคอ บ่า ไหล่ คืออะไร?
การฉีดโบท็อกคอบ่าไหล่ เป็นหัตถการที่ใช้ศาสตร์แห่งการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ โดยแพทย์จะนำสาร Botulinum Toxin A บริสุทธิ์มาฉีดเข้าสู่จุดที่มีการหดเกร็งเรื้อรัง ซึ่งในกลุ่มคนไข้ที่มีอาการ Office Syndrome กล้ามเนื้อบริเวณนี้มักจะทำงานหนักจนแข็งเป็นก้อนและเกิดการอักเสบสะสม การทำโปรแกรมนี้จึงช่วยเข้าไประงับการสั่งงานของเส้นประสาทในจุดนั้นชั่วคราว ทำให้กล้ามเนื้อที่เคยตึงแน่นยอมคลายตัวออก ทำให้อาการปวดเมื่อยที่เคยรบกวนชีวิตประจำวันจะทุเลาลงอย่างชัดเจน
โบท็อกคอ บ่า ไหล่ ช่วยเรื่องอะไร?
สำหรับการทำโปรแกรมโบท็อกคอบ่าไหล่ แพทย์จะใช้เทคนิคการฉีดเพื่อมุ่งเน้นผลลัพธ์ทั้งในด้านของการรักษาและสรีระความงามไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น
- ช่วยแก้ปัญหา Office Syndrome ตัวยาจะเข้าไปคลายกล้ามเนื้อที่หดเกร็งจากการใช้งานหนักเกินไป ช่วยลดอาการไหล่ยึด ไหล่แข็ง และปวดร้าวสะสมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ช่วยปรับช่วงคอให้เรียวระหง ลำคอดูเพรียวยาวและโปร่งขึ้น
- ช่วยลดก้อนนูนบริเวณช่วงสะบัก ผิวเรียบเนียนรับกับแผ่นหลังมากขึ้น
- ช่วยปรับทรงไหล่ที่หนาให้ดูสมาร์ทและสวยงาม เสริมบุคลิกภาพให้ดูสง่างาม ไม่ว่าจะสวมใส่เสื้อผ้าชุดไหนก็มั่นใจ
ใครบ้างที่เหมาะกับโบท็อกคอ บ่า ไหล่ ?
โปรแกรมโบท็อกคอบ่าไหล่ เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากสำหรับกลุ่มคนที่มีปัญหาเฉพาะทาง ดังนี้
- ผู้ที่มีปัญหา Office Syndrome เรื้อรัง ทรมานกับอาการปวดตึงช่วงคอ บ่า และไหล่จากการทำงานท่าเดิมซ้ำๆ จนกล้ามเนื้อเกร็งค้างและปวดร้าวสะสม
- ผู้ที่มีปัญหาไหล่ติด ไหล่ตึงจนยกแขนได้ไม่สุด หรือขยับไหล่ได้ไม่คล่องตัว
- ผู้ที่ไม่ต้องการทานยาแก้ปวดติดต่อกันนาน ๆ เพราะกังวลเรื่องผลข้างเคียงต่อตับ ไต หรือคนที่มีภาวะโรคกระเพาะอาหารอักเสบจนไม่สามารถรับประทานยาแก้ปวดกลุ่มกัดกระเพาะได้
ผู้ที่ออกกำลังกายหนัก หรือมีสรีระไหล่หนา และต้องการปรับลดขนาดกล้ามเนื้อให้ดูเรียวเล็ก ลำคอดูระหง และทรงไหล่ดูสวยสมส่วนมากขึ้น
โบท็อกคอ บ่า ไหล่ช่วยแก้ออฟฟิศซินโดรมได้ไหม
สำหรับการรักษาออฟฟิศซินโดรมด้วยการทำโปรแกรมโบท็อกคอ บ่า ไหล่ ถือเป็นการแก้ปัญหาที่แม่นยำโดยเน้นไปที่ส่วนของกล้ามเนื้อโดยตรง ไม่ว่าจะเป็น
- การคลายปมกล้ามเนื้อที่ตึงแน่นให้ผ่อนคลายลง
- การหลั่งสารกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดตัวผิดปกติ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของอาการปวดเรื้อรัง
- การพักใช้กล้ามเนื้อส่วนเกินลงชั่วคราว เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนในส่วนที่เคยทำงานหนักเกินไป
ดูแลตัวเองก่อน-หลัง ฉีดโปรแกรมโบท็อกคอ บ่า ไหล่
การเตรียมตัวและการดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังทำโบท็อกคอบ่าไหล่ เป็นหัวใจสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในการเขียวช้ำหรือบวมแล้ว ยังส่งผลโดยตรงต่อการออกฤทธิ์ของตัวยาด้วย โดยเราได้สรุปข้อควรปฏิบัติที่ครอบคลุมทั้งก่อนและหลังทำมาให้ ดังนี้
- การจัดการเรื่องยาและอาหารเสริมที่ทาน
ก่อนทำ : ควรงดทานยากลุ่มแอสไพริน, ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs และอาหารเสริมที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เป็นเวลา 1 สัปดาห์
หลังทำ : หากมีอาการปวด สามารถทานพาราเซตามอลได้ตามปกติ แต่ยังคงให้เลี่ยงกลุ่มยาที่ระบุข้างต้นในช่วง 2 – 3 วันแรก
- ระวังเรื่องความร้อน และแอลกอฮอล์
ก่อนทำ : งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง
หลังทำ : งดดื่มแอลกอฮอล์ และงดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความร้อนสูง เช่น ซาวน่า หรือการออกกำลังกายหนัก ๆ อย่างน้อย 2 สัปดาห์
- การดูแลตำแหน่งที่ฉีด
หลังทำ : หลังทำโดยเฉพาะในช่วง 3 ชม.แรก ห้ามนอนราบ นอนคว่ำ หรือก้มหัวต่ำกว่าระดับอก เพื่อป้องกันยาไหลกระจายไปมัดกล้ามเนื้ออื่นที่ไม่ต้องการ และห้ามสัมผัสในบริเวณที่ฉีดรุนแรงเกินไป รวมถึงห้ามประคบเย็นบริเวณที่ฉีดด้วย
- ปรับพฤติกรรมในการใช้ชีวิต
ก่อนทำ : แจ้งประวัติการแพ้ยาหรือโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบประสาทให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
หลังทำ : ควรปรับท่านั่งทำงานตามหลัก Ergonomics หลีกเลี่ยงการสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว หรือการก้มเงยต่อเนื่องนานเกิน 1 ชั่วโมง เพื่อรักษาผลลัพธ์ของโบท็อกคอบ่าไหล่ให้คงอยู่ได้ยาวนาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบท็อกคอ บ่า ไหล่
ในแง่ของการลดอาการปวดตึง จะเริ่มรู้สึกว่ากล้ามเนื้อนิ่มลงและเบาสบายขึ้นในช่วง 1 – 2 สัปดาห์แรก ส่วนในแง่ของความสวยงามที่จะเห็นว่าบ่าเล็กลงหรือคอดูเรียวระหงขึ้น จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดเจนในช่วงประมาณ 1 เดือนหลังฉีด
โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 4 – 6 เดือน (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการดูแลตัวเองของแต่ละบุคคล) และถ้าหากคุณยังต้องนั่งทำงานท่าเดิมนาน ๆ หรือสะพายกระเป๋าหนักเป็นประจำ กล้ามเนื้อก็อาจจะกลับมาทำงานหนัก และแข็งตัวเหมือนเดิม
โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 50 – 100 ยูนิต เนื่องจากกล้ามเนื้อช่วงบ่าเป็นมัดกล้ามเนื้อขนาดใหญ่และแข็งแรงกว่าบนใบหน้า ปริมาณยาที่ใช้จึงต้องสูงกว่าปกติ
สำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับบริการ โบท็อกคอ บ่า ไหล่ ที่ Amarante Clinic
ที่ Amarante Clinic พร้อมดูแลความงามของคุณด้วยโปรแกรมฉีดโบท็อกที่ให้ผลลัพธ์ที่ดูอ่อนเยาว์ ดูเป็นธรรมชาติ รับกับใบหน้าของแต่ละบุคคล ทุกขั้นตอนดูแลโดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีเทคนิคการดีไซน์รูปหน้า และวิเคราะห์ออกแบบการรักษาสำหรับแต่ละบุคคล ยืนยันด้วยรีวิวจากผู้ใช้บริการจริงมากมายที่ประทับใจในผลลัพธ์หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูลหรือดูรีวิวเพิ่มเติมได้ภายในเว็บไซต์ หรือปรึกษาปัญหาเบื้องต้นได้ตามช่องทางด้านล่างนี้