เคยสงสัยไหมว่า ทำไมพยายามลดน้ำหนักมากแค่ไหน แต่พุงเจ้ากรรมก็ยังยื่นออกมาไม่ยอมหายไปไหนสักที ปัญหานี้เกิดจากการที่ไขมันช่องท้องที่ซ่อนอยู่ลึกเข้าไปใต้ชั้นกล้ามเนื้อ โอบล้อมอวัยวะสำคัญเอาไว้และคอยหลั่งสารอักเสบเข้าสู่ร่างกายตลอดเวลา ซึ่งถ้าหากปล่อยทิ้งเอาไว้โดยไม่รีบแก้ไข จะไม่ได้ส่งผลแค่กับรูปร่างที่ดูหนาขึ้นเท่านั้น แต่ยังส่งผลร้ายต่อสุขภาพร่างกายและยังเป็นจุดเริ่มต้นของโรคร้ายแรงอย่างเบาหวาน ความดัน และโรคหลอดเลือดหัวใจที่อันตรายถึงชีวิตอีกด้วย ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกกันว่าไขมันช่องท้องคืออะไร ลดอย่างไรได้บ้างโดยที่ไม่เป็นอันตราย ไปดูกันเลย
สรุปสาระสำคัญ
- ไขมันช่องท้อง คือไขมันอันตรายที่สะสมลึกอยู่รอบอวัยวะภายในจากการเผาผลาญไม่หมด ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของโรคร้ายแรง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โดยสามารถสังเกตอาการได้จากลักษณะพุงยื่นย้วย และการวัดค่าสัดส่วนเอวต่อสะโพกที่เกินมาตรฐาน
- การลดไขมันช่องท้องอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องอาศัยการปรับพฤติกรรม หรือเลือกใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เพื่อสลายเซลล์ไขมัน และสร้างกล้ามเนื้อไปพร้อม ๆ กัน
ไขมันช่องท้อง คืออะไร ?
ไขมันช่องท้อง (Visceral Fat) คือไขมันส่วนเกินที่ร่างกายเผาผลาญทิ้งไม่หมด จนเข้าไปสะสมอยู่ลึกกว่าชั้นผิวหนัง โดยแทรกตัวอยู่ระหว่างกล้ามเนื้อท้องและโอบล้อมอวัยวะภายในไว้ทั้งหมด ส่งผลให้ลักษณะภายนอกดูพุงยื่น ย้วย หรือหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งความน่ากังวลของปัญหาไขมันช่องท้องนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องของสัดส่วนที่ดูหย่อนคล้อย แต่คืออันตรายที่ซ่อนอยู่ภายในร่างกายของเรา เพราะไขมันส่วนนี้จะเข้าไปเบียดทับและขัดขวางทางเดินของเลือดที่จะไปหล่อเลี้ยงเซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกาย กลายเป็นต้นเหตุสำคัญที่คอยปล่อยสารอักเสบ และก่อให้เกิดโรคร้ายแรงตามมาได้มากมาย
ไขมันช่องท้องเกิดจากอะไร ?
ไขมันช่องท้อง คือไขมันที่พยายามซ่อนตัวอยู่ชั้นในสุดของท้องของเรา โดยมีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมการกินที่เกินพอดี โดยเฉพาะการทานอาหารประเภทไขมันสูง คาร์โบไฮเดรต และน้ำตาลในปริมาณมาก เมื่อร่างกายได้รับพลังงานล้นจนเผาผลาญไม่หมด กลไกธรรมชาติจะเปลี่ยนพลังงานส่วนเกินเหล่านี้ให้กลายเป็นไขมัน เข้าไปสะสมและแทรกซึมอยู่ตามอวัยวะสำคัญต่าง ๆ ภายในช่องท้อง
และอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ “การไม่ออกกำลังกาย” เพราะหลายคนแม้ว่าจะไม่ได้ทานของมันของทอด แต่ถ้าหากมีไลฟ์สไตล์ที่ขยับตัวน้อย หรือนั่งติดเก้าอี้ตลอดทั้งวัน ร่างกายจะดึงพลังงานออกมาใช้น้อยมาก จนส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมันช่องท้องได้เช่นกัน
อาการของไขมันช่องท้อง
สัญญาณที่ชัดเจนของปัญหาไขมันช่องท้อง คือการที่มีพุงยื่นล้ำออกมามากกว่าปกติ แม้ในคนที่มีแขนขาเล็กก็อาจมีภาวะนี้ได้ โดยลักษณะหน้าท้องจะดูป่องและแน่นมากกว่านิ่มย้วยเหมือนกับไขมันใต้ผิวหนังทั่วไป
นอกจากนี้ อาการที่ตามมามักจะเป็นความรู้สึกอึดอัด เหนื่อยง่าย นอนกรน หรือเริ่มมีภาวะความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ซึ่งหากลองวัดรอบเอวแล้วพบว่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน (ผู้ชายเกิน 36 นิ้ว และผู้หญิงเกิน 32 นิ้ว) นั่นคือสัญญาณเตือนอันตรายว่า ไขมันช่องท้องกำลังสะสมจนเข้าขั้นวิกฤต และเตรียมก่อโรคในร่างกายแล้ว
การวัดค่าไขมันในช่องท้อง
หากอยากทราบว่ามีไขมันช่องท้องสะสมอยู่ในเกณฑ์อันตรายหรือไม่ สามารถประเมินเบื้องต้นได้ด้วยวิธี Waist-to-Hip Ratio Measurement หรือการวัดสัดส่วนเอวต่อสะโพก ซึ่งเป็นมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ใช้ในการประเมินความเสี่ยงโรคเรื้อรัง โดยมีวิธีคำนวณ ดังนี้
- วิธีคำนวณ : นำค่ารอบเอว (เซนติเมตร) หารด้วยค่ารอบสะโพก (เซนติเมตร)
- ตัวอย่าง : รอบเอว 92 ÷ รอบสะโพก 95 = 0.96
ต่อมา ก็จะนำมาตรวจสอบผ่านเกณฑ์การประเมิน คือ
- เพศหญิง : หากค่าที่ได้ มากกว่า 0.80 ถือว่ามี ไขมันช่องท้อง ในปริมาณมาก
- เพศชาย : หากค่าที่ได้ มากกว่า 0.95 (เช่นในตัวอย่าง) ถือว่าเริ่มมีความเสี่ยงต่อสุขภาพและมี ไขมันช่องท้อง เกินมาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการวัดแบบเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องการทราบผลลัพธ์ที่ละเอียดแม่นยำระดับการตรวจทางการแพทย์ แนะนำให้ใช้เครื่องวัดองค์ประกอบร่างกาย (Body Composition Analyzer) เพื่อวิเคราะห์สัดส่วนไขมันที่แทรกซึมอยู่ตามอวัยวะภายในให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ไขมันในช่องท้องอันตรายไหมหากปล่อยไว้
ไขมันช่องท้องหากปล่อยเอาไว้โดยไม่รักษาจะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ เพราะไขมันช่องท้องจะเข้าไปโอบล้อมและเบียดอวัยวะสำคัญ ทั้งตับ ไต และลำไส้ พร้อมกับหลั่งสารอักเสบเข้าสู่กระแสเลือดตลอดเวลา จนกลายเป็นต้นเหตุของโรคร้ายแรง ตั้งแต่โรคเบาหวานประเภท 2 จากภาวะดื้ออินซูลิน โรคความดันโลหิตสูง ไปจนถึงการอุดตันในหลอดเลือดที่นำไปสู่โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้อีกด้วย เพราะไขมันไปขัดขวางการขยายตัวของปอดขณะนอนหลับ
ดังนั้น หากปล่อยทิ้งเอาไว้โดยไม่รีบกำจัดออกผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การคุมอาหาร หรือการออกกำลังกาย ไขมันช่องท้องจะกลายเป็นปัญหาเงียบที่ทำลายสุขภาพเราจากภายในอย่างรุนแรงแน่นอน
วิธีลดไขมันช่องท้องด้วยตัวเอง
การกำจัดไขมันช่องท้องให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนเหมือนกับการปั้นหุ่นใหม่ จะต้องอาศัยการปรับสมดุลร่างกายจากภายในอย่างเป็นระบบ โดยเราขอแนะนำ 4 เคล็ดลับในการลดไขมันช่องท้องด้วยตัวเอง ดังนี้
ออกกำลังกาย
การซิทอัพอย่างเดียวอาจไม่พอที่จะกำจัดไขมันช่องท้องได้หมด การออกกำลังกายจึงต้องทำคาร์ดิโอควบคู่ไปกับการเวทเทรนนิ่ง การออกกำลังกายแบบบอดี้เวท หรือยกน้ำหนัก จะช่วยสร้างเตาเผาพลังงานชั้นดีในร่างกาย ส่วนการคาร์ดิโอ เช่น การเดินเร็วหรือวิ่งเหยาะ ๆ จะช่วยดึงไขมันที่สะสมอยู่ตามอวัยวะภายในออกมาใช้เป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คุมอาหาร
หัวใจสำคัญของการกำจัดไขมันช่องท้องด้วยการคุมอาหาร จะไม่ใช่การอดอาหาร แต่เป็นการเลือกชนิดของอาหารที่ทานอย่างเหมาะสม โดยแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทานอาหารจากน้ำตาลและแป้งขัดขาว โดยเฉพาะ High Fructose Corn Syrup ที่พบมากในน้ำหวานและขนมแปรรูป เพราะร่างกายจะเปลี่ยนสารนี้ให้กลายเป็นไขมันช่องท้องได้เร็วมาก
ดังนั้น จึงควรหันมาเน้นโปรตีนคุณภาพดีเพื่อรักษาภาวะมวลกล้ามเนื้อ และเพิ่มใยอาหารจากผักใบเขียว เพื่อช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด
การจัดการความเครียด
หลายคนอาจจะมองข้ามข้อนี้ไป แต่ความเครียดคือหนึ่งในตัวการสำคัญที่หลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล(Cortisol) ออกมา ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้มีหน้าที่สั่งการให้ร่างกายกักเก็บไขมันช่องท้องมากขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อสำรองพลังงานในภาวะวิกฤตนั่นเอง
นอนหลับให้เพียงพอ
การนอนหลับพักผ่อนที่ดี (7 – 9 ชั่วโมง) คือช่วงเวลาที่ร่างกายซ่อมแซมตัวเอง และปรับสมดุลฮอร์โมนความหิวและความอิ่ม หากนอนน้อยร่างกายจะโหยหาน้ำตาลและแป้งในวันถัดไป ทำให้เราเผลอเติมไขมันช่องท้องเข้าไปโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ การนอนที่ลึกพอยังช่วยให้ระบบเผาผลาญไขมันส่วนเกินทำงานได้เต็มประสิทธิภาพตลอดคืนอีกด้วย
วิธีลดไขมันช่องท้องแบบเร่งด่วน
สำหรับการลดไขมันช่องท้องแบบเร่งเด่นในกรณีที่การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอาจเห็นผลช้า เราขอแนะนำ 3 โปรแกรมยอดนิยมที่ช่วยปรับรูปร่าง และจัดการกับไขมันลึกถึงชั้นในได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
โปรแกรม Coolsculpting
เทคโนโลยีนี้ การสลายไขมันด้วยความเย็น โดยเป็นการใช้พลังงานความเย็นจุดเยือกแข็งส่งผ่านชั้นผิวหนังลงไปทำให้เซลล์ไขมันสลายตัวออกไปจากร่างกาย โดยร่างกายจะค่อย ๆ ขับออกตามกลไกธรรมชาติ ช่วยลดความหนาของชั้นไขมันที่หุ้มไขมันช่องท้องเอาไว้ ทำให้หน้าท้องแบนราบขึ้นอย่างชัดเจน
- ข้อดี : ลดไขมันได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังทำ และเห็นผลลัพธ์สัดส่วนลดลงชัดเจนในบริเวณที่ทำ
โปรแกรม EMSCULPT NEO
เทคโนโลยีนี้ เป็นเทคโนโลยีที่ผสานพลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและวิทยุ (RF) เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยกระตุ้นการหดตัวของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงพร้อมกับส่งความร้อนไปเผาผลาญไขมัน เป็นการจัดการกับไขมันช่องท้องโดยตรงผ่านกระบวนการ Metabolic Crisis ของร่างกาย
- ข้อดี : ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อ สร้างซิกแพค และเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้องได้ดี พร้อมเผาผลาญไขมันช่องท้องได้ลึกและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้หน้าท้องตึงกระชับไม่หย่อนคล้อย
โปรแกรม Exion
เป็นเทคโนโลยีที่ส่งพลังงานลงลึกถึงชั้นไขมัน เพื่อกระตุ้นการสร้างกรดไฮยาลูรอนิก และคอลลาเจนจากภายใน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนโลหิต ซึ่งสำคัญมากในการช่วยให้ร่างกายกำจัด ไขมันช่องท้องออกไปได้ง่ายขึ้น และได้ผลลัพธ์ผิวหน้าท้องที่เรียบเนียน
- ข้อดี : ช่วยให้ผิวหน้าท้องที่เคยหย่อนคล้อยจากไขมันช่องท้องกลับมาเรียบตึง พร้อมกระตุ้นการทำงานของระบบน้ำเหลืองในการขับของเสีย ทำให้ได้ผลลัพธ์หน้าท้องเรียบเนียนอย่างรวดเร็ว และมีอาการเจ็บน้อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไขมันช่องท้อง
อันตรายของปัญหาไขมันในช่องท้อง คือการที่อาจมีปัญหาตามมามากมายตามมา เพราะไขมันช่องท้องจะผลิตสารอักเสบที่คอยฉีดเข้ากระแสเลือดตลอดเวลา ส่งผลให้ระบบภายในพังจนเกิดภาวะดื้ออินซูลินจนนำไปสู่โรคเบาหวานประเภท 2 ความดันโลหิตสูง และที่น่ากลัวคือ การเข้าไปอุดตันในหลอดเลือดจนกลายเป็นโรคหัวใจหรือหลอดเลือดสมองตีบ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลย
หากวัดด้วยเครื่องวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย (Body Composition) ค่าไขมันช่องท้องไม่ควรเกินระดับ 9 ถ้าตัวเลขเริ่มแตะระดับ 10 – 12 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์อันตราย และหากพุ่งสูงเกิน 13 ขึ้นไป แนะนำว่าต้องรีบปรับพฤติกรรมหรือเข้าสู่กระบวนการรักษาโดยเร็ว เพราะร่างกายกำลังแบกรับความเสี่ยงโรคเรื้อรังที่สูงมาก
วิธีที่ง่ายและแม่นยำในการคำนวณไขมันในช่องท้อง ก็คือการวัดสัดส่วนเอวต่อสะโพก โดยนำค่ารอบเอว (ซม.) หารด้วยรอบสะโพก (ซม.) หากเป็นผู้หญิงค่าไม่ควรเกิน 0.80 และผู้ชายไม่ควรเกิน 0.95
ปรึกษาโปรแกรมกระชับสัดส่วน ที่ Amarante Clinic
ที่ Amarante Clinic พร้อมช่วยแก้ปัญหาไขมันช่องท้องอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย ผสานกับฝีมือของแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ยาวนาน ออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนและไม่เป็นอันตราย ให้บริการอย่างมีมาตรฐาน หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูลหรือดูรีวิวเพิ่มเติมได้ภายในเว็บไซต์ หรือปรึกษาปัญหาเบื้องต้นได้ตามช่องทางด้านล่างนี้