ปัญหาใบหน้าที่ดูโทรมลง หน้าดูดุขึ้น หรือโหนกแก้มดูเด่นกว่าเดิม หลายครั้งต้นเหตุไม่ได้อยู่ที่แก้มหรือผิว แต่อยู่ที่ “ขมับตอบ” ขมับที่ยุบลึกลงทำให้เส้นโครงหน้าส่วนบนขาดความต่อเนื่อง หางตาตก และทำให้ใบหน้าโดยรวมดูเหนื่อยล้ากว่าวัย ปัญหานี้สามารถแก้ได้ด้วยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับซึ่งเป็นการเติมปริมาตรบริเวณที่สูญเสียไปให้โครงหน้าดูต่อเนื่องและสมดุลขึ้น ในบทความนี้ เราจะมาตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับโปรแกรมนี้ ทั้งราคา ปริมาณ CC ระยะเวลาคงอยู่ ไปจนถึงความเสี่ยงและการเลือกคลินิก
สรุปสาระสำคัญ
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับ สามารถช่วยเติมเต็มบริเวณขมับที่ตอบลง ทำให้ใบหน้าส่วนบนดูเต็มอิ่ม และต่อเนื่องกันมากขึ้น
- ปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ในแต่ละคนจะขึ้นอยู่กับระดับความลึกของขมับตอบ โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 1-4 CC
- ควรเลือกทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ ดูแลทุกขั้นตอนโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ยาวนาน พร้อมอธิบายทุกขั้นตอนให้ฟังอย่างละเอียด
ฟิลเลอร์ขมับ คืออะไร?
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับ คือการฉีดสารเติมเต็มกลุ่มไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) เข้าไปที่บริเวณขมับซึ่งอยู่ระหว่างหางตากับไรผมด้านข้าง เพื่อแก้ไขปัญหาขมับตอบและร่องลึกในบริเวณนั้นที่เกิดจากการที่ไขมันและปริมาตรบริเวณนี้ลดลงไปเมื่ออายุมากขึ้น แต่บางคนก็อาจมีปัญหาขมับตอบตั้งแต่อายุยังไม่มาก เพราะโครงสร้างกระดูกหรือพันธุกรรมที่ทำให้โหนกแก้มดูเด่นเกินไปจนทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุล
ฉีดฟิลเลอร์ขมับช่วยเรื่องอะไรบ้าง?
- ปรับสัดส่วนใบหน้าให้ละมุนและได้รูปทรงไข่ : เมื่อขมับเต็มขึ้น เส้นโครงหน้าจากหน้าผากลงมาถึงโหนกแก้มจะดูต่อเนื่องกันกว่าเดิม
- ยกกระชับช่วงบนของใบหน้าและหางตา : การเติมปริมาตรใต้ผิว จะช่วยพยุงเนื้อเยื่อบริเวณนี้ ทำให้ริ้วรอยหางตาจางลง พร้อมกับแก้ไขปัญหาหางตาตกได้เล็กน้อย
- ปรับบุคลิกให้ดูนุ่มนวลขึ้น : ขมับที่ยุบส่งผลให้หน้าดูดุหรือดูเหนื่อย เมื่อเติมเต็มปริมาตรในจุดนี้เข้าไปให้ดูเต็มขึ้น ก็จะทำให้ใบหน้าดูสดชื่น และเป็นมิตรมากขึ้น
ใครบ้างที่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ขมับ?
- ผู้ที่มีปัญหาขมับตอบลึก จนเห็นแนวกระดูกชัดเจน
- ผู้ที่มีโหนกแก้มสูง และอยากให้ใบหน้าดูสมดุลขึ้น
- ผู้ที่มีใบหน้าดูดุ เพราะโครงหน้าส่วนบนยุบ
- ผู้ที่มีริ้วรอยหางตาและหางตาตก
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ มีการติดเชื้อหรือแผลบริเวณที่จะฉีด หรือมีประวัติแพ้ส่วนประกอบของฟิลเลอร์ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ เพราะอาจไม่เหมาะกับหัตถการนี้
ฉีดฟิลเลอร์ขมับต้องใช้กี่ CC?
ปริมาณที่ใช้ขึ้นอยู่กับความลึกของปัญหาขมับตอบ และโครงกระดูกของแต่ละคน ซึ่งแต่ละระดับจะมีปริมาณ CC ที่ใช้คร่าว ๆ ดังนี้
- ขมับตอบระดับเล็กน้อย : ใช้ประมาณ 1 CC หรือข้างละ 0.5 CC เหมาะกับผู้ที่เริ่มเห็นขมับยุบเบา ๆ
- ขมับตอบระดับปานกลาง : ใช้ประมาณ 2 CC หรือข้างละ 1 CC ซึ่งเป็นปริมาณที่พบบ่อยในการฉีดฟิลเลอร์ขมับ
- ขมับตอบระดับลึกหรือกระดูกยุบตัวมาก : ใช้ประมาณ 3-4 CC เพื่อพยุงผิวให้เต็มขึ้นตามความเหมาะสม
ฟิลเลอร์ขมับใช้ยี่ห้อไหนและรุ่นไหนดี?
เนื้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสำหรับฉีดขมับ
บริเวณขมับ ต้องการฟิลเลอร์ที่มีแรงยกตัวสูงและมีเนื้อสัมผัสแน่น เพื่อพยุงปริมาตรและกลมกลืนไปกับแนวกระดูกได้ดี
ฟิลเลอร์ฉีดขมับยี่ห้อไหนดี
ฟิลเลอร์ที่นิยมใช้กับขมับแบ่งตามประเทศผู้ผลิตได้ดังนี้
- ฟิลเลอร์อเมริกา : เช่น รุ่น Ultra Plus และ Voluma ที่มักเลือกใช้เมื่อต้องการปริมาตรที่คงอยู่ได้นานกว่า
- ฟิลเลอร์สวีเดน : เช่น รุ่น Lyft และ Volyme ที่ช่วยพยุงโครงสร้างได้ดี
- ฟิลเลอร์สวิตเซอร์แลนด์ : เช่น รุ่น Intense และ Volume ที่สามารถกลืนเป็นเนื้อเดียวกับผิวได้อย่างเรียบเนียน
ทั้งนี้ การเลือกยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ใช้ จะขึ้นอยู่กับระดับความลึกของขมับตอบเป็นหลัก โดยแพทย์จะทำการวิเคราะห์ ประเมินสภาพใบหน้าอย่างละเอียดและให้คำแนะนำเกี่ยวกับปริมาณจริงอีกครั้ง
ฉีดฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน
โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์ของการฉีดฟิลเลอร์ HA จะคงอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน (ระยะเวลาจริงขึ้นอยู่กับชนิดและรุ่นของฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ ปริมาณที่ฉีด ตำแหน่งที่ฉีด กระบวนการเผาผลาญของร่างกาย และพฤติกรรมการใช้ชีวิตของแต่ละคน)
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับ ที่ Amarante Clinic
ที่ Amarante Clinic การแก้ไขปัญหาขมับตอบ ร่องลึก หรือปัญหาผิวอื่น ๆ เราจะวิเคราะห์ออกมาในแบบภาพรวม ไม่มองเพียงแค่ในจุดที่มีปัญหาเพียงจุดเดียว เพื่อออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลให้ได้ผลลัพธ์ที่เข้ากับโครงหน้าของคุณได้เป็นอย่างดี ซึ่งในบางเคสอาจฉีดขมับเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอ แต่ในบางเคสแพทย์อาจแนะนำให้ปรับแก้ไข หรือเติมเต็มในจุดข้างเคียงร่วมด้วย เช่น การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หน้าผาก หรือโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ ควบคู่ไปกับโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับ เพื่อให้รูปหน้าแบบภาพรวมดูต่อเนื่องและกลมกลืนกันอย่างสวยงาม
ฉีดฟิลเลอร์ขมับราคาเท่าไหร่?
ราคาโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ Amarante Clinic เริ่มต้นที่ 9,900 บาทต่อ 1 CC จากราคาปกติ 18,000 – 27,000 บาท
*ราคาสุทธิขึ้นอยู่กับแพทย์ประเมินจำนวน cc. ที่ใช้ในการรักษา ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ ราคาดังกล่าว ยังเป็นเพียงราคาเริ่มต้น โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามบริษัทกำหนด ควรสอบถามเพิ่มเติมก่อนเข้ารับบริการ
รีวิวโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับ ที่ Amarante Clinic
คุณเบสเข้ามาปรึกษาด้วยปัญหาขมับที่ยุบเป็นร่องชัดเจนทั้งสองข้าง ทำให้ใบหน้าส่วนบนดูแบนและดูโทรม ไม่สดชื่น หลังทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับจะเห็นได้ว่า ขมับดูเต็มขึ้น เส้นโครงหน้าจากหน้าผากลงมาดูต่อเนื่องกว่าเดิม ใบหน้าโดยรวมจึงดูสดใสขึ้น
คุณพรีมเข้ามาปรึกษาด้วยปัญหาขมับที่ดูตอบลึกประกอบกับใบหน้าส่วนกลางที่เริ่มสูญเสียปริมาตร เห็นร่องแก้มและริ้วรอยชัดเจน ใบหน้าจึงดูเหนื่อยและมีอายุ ทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับจะเห็นได้ว่า ขมับดูเต็มขึ้น ใบหน้าดูยกขึ้นเล็กน้อย และร่องรอยบนใบหน้าดูตื้นลง ส่งผลให้ใบหน้าดูสดใสและอ่อนเยาว์ขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์ขมับ อันตรายไหม
ก่อนตัดสินใจทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับ ควรศึกษาก่อนว่าข้อดีและข้อจำกัดของหัตถการนี้มีอะไรบ้าง เพราะบริเวณขมับเป็นจุดที่มีหลอดเลือด และกล้ามเนื้อสำคัญอยู่ใกล้กัน
ผลข้างเคียงของการฉีดฟิลเลอร์ขมับ
- อาการทั่วไป ได้แก่ อาการบวม ช้ำ ตึง หรือรู้สึกไม่สบายเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งมักดีขึ้นเองภายในไม่กี่วันถึงประมาณ 1-2 สัปดาห์
- อาการที่ควรไปพบแพทย์ ได้แก่ อาการปวดมากผิดปกติ ผิวบริเวณที่ฉีดซีดหรือคล้ำเป็นบริเวณกว้าง มีตุ่มหรือผื่นรุนแรง มีไข้ หรือการมองเห็นเปลี่ยนไป ซึ่งควรรีบติดต่อแพทย์ทันทีที่พบ
ความเสี่ยงของการฉีดฟิลเลอร์ขมับ
- ฉีดฟิลเลอร์เข้าเส้นเลือด : หากฉีดโดยแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ หรือผู้ที่ไม่ใช่แพทย์ อาจพลาดฉีดฟิลเลอร์เข้าไปในหลอดเลือด หรืออุดกั้นการไหลเวียนเลือด จนทำให้ปวดรุนแรง ผิวซีดหรือเปลี่ยนสี และในกรณีที่พบได้น้อยมากอาจกระทบการมองเห็น ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องรับการดูแลจากแพทย์โดยเร็ว
- ฟิลเลอร์เป็นก้อน : เกิดจากการฉีดปริมาณมากเกินไป ฉีดผิดชั้นผิว เลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนหรือฟิลเลอร์ปลอม หรือเลือกใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่ไม่เหมาะกับตำแหน่งนั้น
- ฟิลเลอร์ไหล: มักมีสาเหตุเดียวกับฟิลเลอร์เป็นก้อน และการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ จนอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนจากตำแหน่งเดิมได้
ที่ Amarante Clinic เราลดความเสี่ยงเหล่านี้ด้วยการให้แพทย์ประเมินกายวิภาคของใบหน้าอย่างละเอียดก่อนฉีดทุกครั้ง ทำหัตถการโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ยาวนานด้านโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ เลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ได้มาตรฐานผ่านการรับรองจาก อย. พร้อมนำเทคโนโลยี Facial Ultrasound มาใช้ช่วยในการดูตำแหน่งหลอดเลือดบริเวณที่จะฉีด เพื่อให้ขั้นตอนต่าง ๆ มีความแม่นยำมากขึ้น และสร้างความมั่นใจให้กับผู้เข้ารับบริการและทางทีมแพทย์เอง แต่ต้องอธิบายก่อนว่า วิธีเหล่านี้เป็นเพียงหนึ่งในวิธีป้องกันที่ได้ผลดี แต่ก็ไม่ได้แปลว่าความเสี่ยงก็ไม่ได้ลดลงจนเป็นศูนย์ ดังนั้น จึงควรปรึกษาแพทย์ และซักถามให้เข้าใจก่อนตัดสินใจทำหัตถการใด ๆ
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์ขมับ
- แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และประวัติแพ้ให้แพทย์ทราบ
- หากใช้ยาหรืออาหารเสริมที่อาจทำให้เลือดออกง่าย เช่น แอสไพริน น้ำมันปลา วิตามินอี หรือแปะก๊วย ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนว่าควรหยุดก่อนฉีดหรือไม่
- หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ก่อนฉีดตามที่แพทย์แนะนำ
- ไม่ควรทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับในตอนที่มีสิว แผล หรือการอักเสบในบริเวณนั้น
- นำภาพตัวอย่างหรือลุคที่ต้องการมาปรึกษา เพื่อช่วยให้แพทย์เข้าใจถึงความต้องการได้ชัดเจนขึ้น และวางแผนได้ตรงกับความคาดหวังมากขึ้น
ข้อควรปฏิบัติและการดูแลตนเองหลังฉีด
- หลีกเลี่ยงการกด นวด หรือขยี้บริเวณขมับ หรือทำตามคำแนะนำของแพทย์
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และงดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนด
- หากมีอาการบวมหรือช้ำบริเวณที่ฉีด ให้ประคบเย็นเบา ๆ ตามคำแนะนำของแพทย์
- สังเกตอาการผิดปกติในช่วงแรก เช่น มีอาการปวดมาก ผิวเปลี่ยนสี หรือการมองเห็นเปลี่ยนไป หากพบอาการเหล่านี้ให้ติดต่อแพทย์โดยเร็ว
- เข้ารับการนัดติดตามผลตามที่แพทย์กำหนดอย่างสม่ำเสมอ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดฟิลเลอร์ขมับ
ฉีดฟิลเลอร์ขมับอาจตาบอดจริงหรือไม่?
เป็นภาวะที่พบได้น้อยมาก แต่เป็นความเสี่ยงที่มีอยู่จริง ซึ่งเกิดจากการที่ฟิลเลอร์เข้าไปอุดตันหลอดเลือดที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นเนื่องจากขมับอยู่ใกล้หลอดเลือดสำคัญ ดังนั้น จึงควรเลือกฉีดกับคลินิกที่ได้มาตรฐาน และฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์เท่านั้น
เวลาเคี้ยวข้าวแล้วรู้สึกตึงหรือปวด เกิดจากอะไร?
เนื่องจากขมับเป็นตำแหน่งของกล้ามเนื้อที่ใช้เคี้ยวอาหาร ทำให้เมื่อมีฟิลเลอร์อยู่ในชั้นผิวหรือมีอาการบวมที่เกิดขึ้นในช่วงแรกหลังฉีด อาจทำให้กล้ามเนื้อรู้สึกตึงหรือเมื่อยเวลาขยับกรามได้ ซึ่งจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อบวมยุบลงในเวลาไม่นาน แต่ถ้าหากยังรู้สึกตึงหรือปวดต่อเนื่องหลายวัน หรือปวดมากขึ้น ควรกลับไปให้แพทย์ตรวจ
ฉีดฟิลเลอร์ขมับแล้วทำให้หน้าบาน หรือหัวโตขึ้นไหม?
หากมีการประเมินรูปหน้า และวางแผนปริมาณให้เหมาะกับโครงหน้า ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ดูล้นหรือทำให้ใบหน้าดูใหญ่ขึ้น แต่จะได้รูปหน้าที่ดูต่อเนื่องและสมดุลกันมากขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์ขมับแล้วโหนกแก้มจะดูเล็กลงจริงไหม?
โหนกแก้มจะไม่ได้เล็กลง เพราะโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้เข้าไปลดขนาดกระดูก แต่จะเป็นการเติมขมับให้ดูเต็มขึ้น ทำให้ความต่างระหว่างขมับกับโหนกแก้มลดลง ทำให้โหนกแก้มดูเด่นน้อยลงเมื่อมองแบบภาพรวม
เติมหน้าให้ละมุนด้วยโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ Amarante Clinic
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ขมับที่ Amarante Clinic จะช่วยแก้ปัญหาขมับตอบพร้อมกับการปรับให้เข้ากับโครงหน้าทั้งใบของแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะทำการวิเคราะห์ และประเมินว่า ควรเติมในจุดไหนเพิ่มเติมบ้างหรือไม่นอกจากบริเวณขมับ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์รูปหน้าที่ดูลงตัวมากขึ้น และแนะนำโปรแกรมอื่น ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณอย่างลงตัว หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูลหรือดูรีวิวเพิ่มเติมได้ภายในเว็บไซต์ หรือปรึกษาปัญหาเบื้องต้นได้ตามช่องทางด้านล่างนี้







