ในยุคที่ไม่ว่าใครก็ต่างมองหาทางลัดที่จะช่วยจัดการกับปัญหาฝ้ากวนใจ เทรนด์การใช้แผ่นแปะลอกฝ้าก็ได้ถูกพูดถึงขึ้นในโลกออนไลน์จนหลายคนสงสัยว่า สิ่งนี้คือ “ตัวช่วยกู้ผิว” หรือ “จุดเริ่มต้นของปัญหาใหม่” กันแน่ ในบทความนี้ เราจะพาทุกคนมาเจาะลึกถึงกลไกในการทำงานของแผ่นแปะลอกฝ้า มีอันตรายไหม ทำอะไรได้ เราลองไปดูพร้อม ๆ กันเลย
สรุปสาระสำคัญ
- แผ่นแปะลอกฝ้า เป็นเพียงการลอกผิวหนังกำพร้าและเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติออกไป ซึ่งไม่สามารถรักษาฝ้าให้หายขาดได้จริง ทั้งยังมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดผิวอักเสบ รอยไหม้ และทำให้ฝ้ากลับมาเข้มขึ้นกว่าเดิมด้วย
- การรักษาฝ้าที่เห็นผลและไม่เป็นอันตราย จะอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เฉพาะทาง ด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ได้มาตรฐาน เช่น โปรแกรม Picosure Pro Laser ที่ช่วยสลายเม็ดสีได้อย่างแม่นยำ แก้ไขปัญหาเม็ดสีบนใบหน้าได้อย่างครอบคลุม
แผ่นแปะลอกฝ้า คืออะไร ?
แผ่นแปะลอกฝ้า หรือสติ๊กเกอร์ลอกฝ้า คือผลิตภัณฑ์ที่ใช้ควบคู่กับการทำหัตถการ เช่น การยิงเลเซอร์หรือการผลัดเซลล์ผิว เพื่อทำหน้าที่ปกปิดแผล และช่วยดึงเซลล์ผิวชั้นบนที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกมาพร้อมกับแผ่นแปะ ซึ่งช่วยให้สะเก็ดแผลหลุดเร็วขึ้น แต่อาจมีความเสี่ยงที่จะทำให้ผิวบาง ระคายเคือง หรือเกิดรอยฝ้าใหม่ที่เข้มกว่าเดิมได้หากใช้งานไม่ถูกวิธี
สิ่งที่หลุดมาหลังลอกฝ้าคืออะไร ?
หลาย ๆ คนมักเข้าใจผิดว่า สิ่งที่หลุดออกมาหลังจากใช้แผ่นแปะลอกฝ้าคือเนื้อฝ้าที่ตายแล้ว แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่หลุดออกมาก็คือ ชั้นหนังกำพร้า หรือเคราติน ที่เปรียบเสมือนเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติของเราที่ทำหน้าที่คอยปกป้องผิวจากรังสี UV มลภาวะ และสิ่งต่าง ๆ รอบตัว
ทำให้แม้ว่าหลังจากลอกออกแล้วผิวจะดูใส แต่แท้จริงแล้วเป็นเพียงภาวะชั่วคราวจากการที่ผิวชั้นนอกสุดถูกดึงออกไปจนเผยให้เห็นผิวชั้นในที่ยังอ่อนแอ และเมื่อผิวที่อ่อนแอสัมผัสกับมลภาวะภายนอก ก็จะทำให้เกิดความหมองคล้ำได้ง่ายมาก จนทำให้เกิดฝ้ากลับมาเข้มขึ้นกว่าเดิม
แผ่นแปะลอกฝ้าอันตรายไหม ?
แผ่นแปะลอกฝ้า จัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเสี่ยงสูงและไม่ควรนำมาใช้กับผิวหน้า เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้ส่วนใหญ่จะไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานสาธารณสุขหรือ อย. ทำให้เราไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่า สารเคมีที่ใช้นั้นมีความเข้มข้นเท่าไหร่ เป็นอันตรายต่อผิวไหม หรือมีการปนเปื้อนสารอันตรายหรือไม่
ผลข้างเคียงของแผ่นแปะลอกฝ้า
การใช้แผ่นแปะลอกฝ้าโดยไม่มีการควบคุมทางการแพทย์ มักนำมาซึ่งผลข้างเคียงที่ทำลายโครงสร้างผิวหนังในระยะยาว ดังนี้
อาจเกิดภาวะ PIH : คือเม็ดสีที่มากขึ้น
เป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย โดยเมื่อผิวถูกทำลายจากการดึงลอก ร่างกายก็จะตอบสนองด้วยการผลิตเม็ดสีออกมามากผิดปกติเพื่อปกป้องตัวเอง ทำให้บริเวณที่เคยเป็นฝ้าหรือจุดด่างดำ กลายเป็นรอยดำที่เข้มและกว้างยิ่งกว่าเดิม
การแพ้สารที่ทำให้เกิดการอักเสบ อาการแสบแดง
สารเคมีที่เคลือบเอาไว้บนแผ่นแปะลอกฝ้ามักมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนสูง ซึ่งถ้าหากผิวไม่สามารถทนต่อสารเหล่านั้นได้ ก็จะเกิดอาการแสบ แดง ลอกเป็นขุย หรืออักเสบอย่างรุนแรง ซึ่งถือเป็นการทำลายชั้นผิวหนังที่แข็งแรงให้เสียหายโดยไม่จำเป็น
อาจจะเกิดหนอง หรือติดเชื้อ
เมื่อแผ่นแปะลอกฝ้าดึงเอาผิวชั้นบนออกจนกลายเป็นแผลเปิด หากไม่ดูแลแผลให้ดี เชื้อแบคทีเรียอาจเข้าสู่แผลได้ง่าย ทำให้ผิวเกิดการอักเสบจนมีหนองซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้หรือรักษาไม่ถูกวิธี อาจทิ้งรอยแผลเป็นให้เป็นปัญหาใหญ่ตามมาได้
ทำให้รักษายากขึ้น
การใช้แผ่นแปะลอกฝ้า อาจทำให้ผิวพังกว่าเดิมได้ เพราะเมื่อผิวเกิดรอยดำจากแผ่นแปะลอกฝ้ามาซ้อนกับรอยดำอีกที หรือมีรอยแผลเป็นมาเพิ่มจากการอักเสบ แพทย์จะทำการรักษาฝ้าด้วยวิธีมาตรฐานได้ยากขึ้น เพราะต้องรักษาทั้งรอยไหม้และรอยแผลเป็นไปพร้อม ๆ กัน
วิธีรักษาฝ้ายังไงให้ปลอดภัย
การรักษาฝ้าให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและไม่เป็นอันตราย จะต้องดูแลถึงต้นตอและประคับประคองโครงสร้างผิวให้แข็งแรง โดยมีวิธีการรักษาฝ้าที่เป็นมาตรฐาน และเห็นผลจริง ดังนี้
เลเซอร์
วิธีนี้จะเป็นการใช้พลังงานแสงเลเซอร์ลงไปสลายเม็ดสีที่ผิดปกติอย่างแม่นยำ โดยโปรแกรมเลเซอร์ที่ได้รับความนิยมคือ โปรแกรม Picosure Pro Laser ส่งพลังงานความเร็วสูงในระดับ Picosecond ช่วยให้เม็ดสีแตกตัวเป็นอนุภาคเล็ก ๆ เพื่อให้ร่างกายกำจัดออกได้ง่ายขึ้น โดยไม่สะสมความร้อนใต้ผิวมากเกินไป จึงช่วยลดความเสี่ยงผิวไหม้และรอยดำหลังทำได้เป็นอย่างดี
ข้อดีของการรักษาฝ้าวิธีนี้
- มีความแม่นยำสูง ไม่ส่งผลกระทบต่อเนื้อเยื่อรอบข้าง
- ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน ไม่เกิดแผลพุพองหรือสะเก็ดใหญ่
- นอกจากจะช่วยรักษาฝ้าแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูผิวจากการกระตุ้นคอลลาเจนด้วย ทำให้ผิวเรียบเนียน กระจ่างใสมากขึ้น
ยาทาน
สำหรับผู้ที่มีปัญหาฝ้าลึก หรือฝ้าที่ยากต่อการรักษาด้วยวิธีปกติ แพทย์อาจพิจารณาจ่ายยาในกลุ่มที่ช่วยยับยั้งกระบวนการสร้างเม็ดสีจากภายใน เพื่อควบคุมไม่ให้ฝ้ามีสีเข้มขึ้น ซึ่งต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ไม่เกิดอันตราย
ข้อดีของการรักษาฝ้าวิธีนี้
- ช่วยจัดการปัญหาฝ้าที่ต้นตอ ผ่านการยับยั้งการผลิตเม็ดสีส่วนเกินจากระบบภายในร่างกาย ซึ่งยาทาภายนอกอาจเข้าไปไม่ถึง
- ช่วยจัดการฝ้าที่รักษายากได้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาฝ้าลึก หรือฝ้าที่เกิดจากฮอร์โมน
- ลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำได้ดี ช่วยคงระดับการควบคุมเม็ดสีให้สม่ำเสมอในระหว่างที่รักษาด้วยวิธีอื่นควบคู่ไปด้วย
ยาทา
เป็นพื้นฐานสำคัญในการรักษา โดยจะใช้ยากลุ่มที่ช่วยในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์สร้างเม็ดสี หรือสารสกัดที่ช่วยลดความหมองคล้ำอย่างอ่อนโยน เพื่อช่วยให้ฝ้าค่อย ๆ จางลงแบบดูเป็นธรรมชาติ
ข้อดีของการรักษาฝ้าวิธีนี้
- หากใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ จะไม่ทำลายชั้นผิวหนัง ไม่ทำลายชั้นผิวหนัง ไม่ทำให้ผิวบางจนเกิดอันตราย
- สามารถทำต่อเนื่องได้ทุกวันเป็นกิจวัตรประจำวัน เพื่อให้การรักษาดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอ
- ช่วยเสริมความแข็งแรงของผิว พร้อมกับยับยั้งการเกิดเม็ดสีใหม่ ทำให้ฝ้าค่อย ๆ จางลงอย่างเป็นระบบ และค่อยเป็นค่อยไป
Chemical Peeling
วิธีนี้จะเป็นการใช้กรดที่มีความอ่อนโยนในระดับทางการแพทย์ เพื่อเร่งการผลัดเซลล์ผิวชั้นบนที่หมองคล้ำออก ซึ่งจะแตกต่างจากแผ่นแปะลอกฝ้าทั่วไปคือ แพทย์จะเป็นผู้ดูแลความเข้มข้นของสารโดยตรงให้เหมาะสมกับสภาพผิว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระคายเคืองรุนแรง หรือเกิดรอยดำหลังทำ
ข้อดีของการรักษาฝ้าวิธีนี้
- อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์โดยตรง สามารถปรับการรักษาให้เหมาะสมกับประเภทผิวของคนไข้แต่ละรายได้
- ช่วยปรับผิวให้เรียบเนียน กระจ่างใส รูขุมขนดูเล็กลง
- เป็นวิธีที่ช่วยเตรียมสภาพผิวให้พร้อมสำหรับการดูดซึมตัวยา หรือการทำเลเซอร์ในขั้นตอนถัดไป ให้เห็นผลดียิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้ “ฝ้า” คือปัญหาที่สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ แต่ก็มีโอกาสที่จะกลับมาเป็นซ้ำได้อีกหากไม่มีการดูแลผิวที่เหมาะสม หรือเป็นผลมาจากฮอร์โมนและพันธุกรรม การรักษาฝ้าที่ดีจึงต้องมีการดูแลแบบผสมผสาน เลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละคน และมีการป้องกันเป็นประจำ เช่น การทาครีมกันแดดสม่ำเสมอ ทาครีมบำรุง กางร่ม หรือสวมหมวกเมื่อออกแดด เป็นต้น
รักษาฝ้าที่ไหนดี
การรักษาฝ้าให้ไม่เป็นอันตรายและเห็นผลจริง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเลือกใช้เครื่องมืออะไรเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าฝากผิวหน้าไว้ให้ใครดูแลด้วย ดังนั้น การรักษาฝ้าจึงควรเลือกรักษากับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐานเท่านั้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่า เครื่องมือที่ใช้เป็นเครื่องแท้ที่ได้มาตรฐาน และรักษาด้วยวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล นอกจากนี้ แพทย์ยังสามารถให้คำปรึกษาอย่างตรงไปตรงมาสำหรับแต่ละเคสได้อีกด้วย
คำถามพบบ่อยเกี่ยวกับแผ่นแปะลอกฝ้า
ส่วนใหญ่แล้วแผ่นแปะลอกฝ้าจะไม่ได้ผ่านการรับรองจาก อย. ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบมาตรฐานเหมือนกับเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ ทำให้ไม่สามารถทราบได้เลยว่า ความเข้มข้นของสารเคมีในแผ่นแปะลอกฝ้านั้นแรงเกินไปหรือไม่ ซึ่งเสี่ยงต่อการที่ผิวจะไหม้หรือเกิดการอักเสบได้
แผ่นแปะลอกฝ้าในตลาดมีชื่อเรียกหลายแบบ แต่ไม่ว่าจะเรียกว่าอะไรหรืออยู่ในรูปแบบไหน กลไกหลักในการทำงานก็คือการที่ดึงหรือผลัดผิวชั้นกำพร้าออก ซึ่งเป็นการลอกเอาเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติออกไป ทำให้ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน ความเสี่ยงที่จะทำให้ผิวบาง ไวต่อแสง และเกิด PIH (รอยดำหลังการอักเสบ) ก็มีเท่ากัน
คือแผ่นแปะลอกฝ้า แต่มีการทำกลยุทธ์การตลาด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์เพียงเท่านั้น ซึ่งหลายครั้งเป็นสินค้าที่ไม่ได้ผ่าน อย. แต่ใช้กระแสความนิยม K-Beauty มาสร้างจุดขายให้ดูน่าเชื่อถือ แนะนำว่าอย่าหลงเชื่อเพียงเพราะชื่อเรียกหรือคำโฆษณา แต่ต้องตรวจสอบมาตรฐานที่รับรองได้จริงเท่านั้น
ดูแลปัญหาฝ้า กระ จุดต่างดำ ที่ Amarante Clinic
หมดกังวลเรื่องผลข้างเคียงจากการลอกผิวเองด้วยแผ่นแปะลอกฝ้า เพราะที่ Amarante Clinic ดูแลจัดการกับปัญหาฝ้าด้วยโปรแกรม Picosure Pro Laser เทคโนโลยีเลเซอร์จัดการกับเม็ดสีที่มีประสิทธิภาพสูง จัดการกับปัญหาฝ้าได้อย่างแม่นยำและครอบคลุมโดยไม่ทำร้ายผิวข้างเคียง ดูแลทุกขั้นตอนโดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ยาวนาน วิเคราะห์ปัญหาผิวแบบเฉพาะบุคคล เพื่อมอบผลลัพธ์ผิวที่กลับมากระจ่างใส เรียบเนียน เผยรอยยิ้มที่ดูสดใสอีกครั้ง หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูลหรือดูรีวิวเพิ่มเติมได้ภายในเว็บไซต์ หรือปรึกษาปัญหาเบื้องต้นได้ตามช่องทางด้านล่างนี้