บางครั้งที่ไม่ว่าแต่งหน้าออกมาสวยแค่ไหนก็รู้สึกว่าใบหน้าก็ยังดูไม่เข้ารูปสักที? หลายครั้งสาเหตุไม่ได้อยู่ที่แก้มหรือจมูก แต่อยู่ที่ "คาง" ซึ่งเป็นสัดส่วนใบหน้าช่วงล่างที่ส่งผลมากต่อสัดส่วนโดยรวมของใบหน้า ในบทความนี้ เราจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการฉีดฟิลเลอร์คาง พร้อมแนะนำทรงคางที่กำลังได้รับความนิยมในปีนี้ พร้อมข้อมูลที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีดฟิลเลอร์
สรุปสาระสำคัญ
- โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง คือการฉีด HA Filler เฉพาะจุดที่คาง เพื่อปรับความยาว มุม และสัดส่วนของคางให้รับกับใบหน้าช่วงล่าง โดยส่วนใหญ่จะทำเพื่อให้หน้าเรียวขึ้น
- ทรงคางที่ได้รับความนิยมในการฉีดฟิลเลอร์คางมีหลายทรง เช่น V-Shape, V ปลายมน, ทรงคางมนธรรมชาติ และทรงคางสไตล์สายฝอ ซึ่งความเหมาะสมจะขึ้นอยู่กับลักษณะโครงหน้าของแต่ละบุคคล
- ก่อนฉีด ควรให้แพทย์ประเมินลักษณะคางและใบหน้าก่อนเสมอ เพราะปัญหาคางแต่ละแบบต้องใช้แนวทางการฉีดที่แตกต่างกัน
ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์คาง คืออะไร
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คาง คือการใช้สารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid (HA) ฉีดเข้าไปในชั้นผิวหรือเหนือกระดูกบริเวณคาง เพื่อเพิ่มปริมาตร ปรับความยาว และปรับมุมของคางให้ได้สัดส่วนกับใบหน้า โดยหลักการฉีดจะแตกต่างจากการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่น ตรงที่แพทย์จะต้องพิจารณาทั้งมุมมองด้านหน้าและด้านข้าง (Side Profile) ร่วมกัน เพราะคางเป็นจุดที่เชื่อมโยงกับกรอบหน้า ริมฝีปาก และจมูก ทำให้การฉีดในตำแหน่งและปริมาณเหมาะสม จะช่วยให้ใบหน้าดูมีมิติ และสมส่วนมากขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด
สรุปเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์คาง
| รายละเอียดโดยทั่วไป | |
| ปริมาณที่ใช้ | ใช้ประมาณ 1-3 CC ต่อครั้ง (ขึ้นอยู่กับปัญหาคางของแต่ละคน บางเคสที่ต้องปรับแนวกรามร่วมด้วยอาจใช้ปริมาณมากขึ้น) |
| เนื้อฟิลเลอร์ที่เหมาะสม | มักเลือกใช้ประเภทเนื้อเจลที่ค่อนข้างแข็งและคงตัวได้ดี เช่น กลุ่ม Juvederm Voluma หรือ Volux เพื่อให้สามารถขึ้นโครงคางได้อย่างชัดเจน |
| ผลลัพธ์หลังฉีด | เริ่มเห็นรูปทรงคางเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่วันที่ฉีด และรูปทรงจะเข้าที่ชัดเจนขึ้นภายในประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ |
| ระยะเวลาคงอยู่ของผลลัพธ์ | โดยเฉลี่ยแล้ว ผลลัพธ์จะอยู่ได้ราว 12 – 18 เดือน (ขึ้นอยู่กับเนื้อฟิลเลอร์ที่เลือกใช้ และการดูแลตัวเองหลังทำ) |
| ความรู้สึกระหว่างฉีด | อาจรู้สึกตึงหรือปวดเล็กน้อยขณะฉีด และมีอาการบวมได้ในช่วง 24 – 48 ชั่วโมงแรก ซึ่งจะค่อย ๆ ทุเลาลง |
| ค่าใช้จ่าย | มีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 14,900 บาทต่อ 1 CC (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ และปริมาณที่ใช้) แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินราคาที่แน่นอน |
หลักการออกแบบทรงคางด้วยฟิลเลอร์
การปรับรูปทรงคางที่ดี ไม่ได้ทำแค่เพียงเติมเต็มปริมาตรให้มากขึ้น แต่ต้องอาศัยหลักการพิจารณาหลายด้านร่วมกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมากลมกลืนกับใบหน้าของแต่ละคน
ความยาวและสัดส่วนของคางกับใบหน้า
ทำการฉีดไปตรงบริเวณชั้นกระดูกเพื่อเพิ่มความยาว ความพุ่งออกมา แต่ถ้าหากฉีดมากจนเกินไปก็จะเป็นแบบสมัยก่อนที่เราฉีดกันเน้นแต่ปลายคางอย่างเดียว ทำให้คางดูแหลมและดูย้อยจนเกินไป เวลาเรายิ้มคางก็จะดูห้อยลงมา
อารมณ์ของใบหน้า
อย่างในเคสผู้หญิงบางคนคางดูตัด และ พับจนเกินไป หรือว่าคางดูแมนจนเกินไป ต้องแก้ไขจุดตรงนี้ให้ใบหน้าเขาดูละมุนขึ้น และมีความต่อเนื่องกับตัวคางที่ยื่นออกมาด้วยเช่นกัน
เทคนิคปรับสมดุลกล้ามเนื้อ
การแสดงสีหน้า คือใช้ฟิลเลอร์ไปช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ซึ่งกล้ามเนื้อบริเวณปลายคาง จะมีช่วงเวลาเราแสดงสีหน้าบริเวณปลายคางอาจเกิดร่องบุ๋ม หรือคางพับ รวมถึงร่องมุมปากเวลายิ้มอาจทำให้ปากดูตก และคางดูไม่เรียบ ฉะนั้น เราต้องทำการแก้ไขกล้ามเนื้อบริเวณสองมัดนี้ เพื่อที่เวลาเราอยู่เฉย ๆ หรือ แสดงสีหน้า ทั้งนี้ การฉีดฟิลเลอร์คางจะช่วยให้ใบหน้ามีความละมุน และสมูทมากยิ่งขึ้น ใบหน้าก็ดูหวานขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และคางดูรับกับใบหน้าด้วย
การฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์คางที่ Amarante Clinic
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์คางที่ Amarante Clinic เริ่มต้นจากการที่แพทย์ทำการวิเคราะห์ ประเมินโครงสร้างสัดส่วนใบหน้าของแต่ละบุคคล โดยเน้นไปที่มุมคางและกรอบหน้า และเป้าหมายของผู้เข้ารับบริการแต่ละคนก่อนทุกครั้ง เพื่อออกแบบทรงคางที่เข้ากันได้ดีกับสัดส่วนใบหน้าโดยรวม ไม่ใช่แค่ฉีดตามทรงที่กำลังเป็นกระแส เพราะรูปทรงคางของแต่ละคนมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกัน ทั้งความยาว มุม และลักษณะกล้ามเนื้อ ซึ่งการประเมินสิ่งเหล่านี้อย่างละเอียดก่อนฉีด เป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาเหมาะสมกับใบหน้าจริง ๆ ของแต่ละคน
ทรงคางยอดนิยม ฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์คางแล้วได้ทรงไหนบ้าง
ทรงคางที่เหมาะกับแต่ละคน จะขึ้นอยู่กับโครงสร้างใบหน้าเดิม สัดส่วนกรอบหน้า และเป้าหมายที่ต้องการแก้ไข จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนเลือกทรงเสมอ เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาเข้ากันได้ดีกับใบหน้าของเรา ไม่ใช่การเลือกทรงตามความนิยมในปัจจุบัน
ทรงคาง V-Shape
เป็นลักษณะทรงคางที่เน้นความเรียวชัดเจน ปลายคางแหลมพอสมควร ช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นตั้งแต่มุมมองด้านหน้า เหมาะกับคนที่มีปัญหาหน้ากลมหรือคางสั้น ที่อยากได้เส้นกรอบหน้าที่ชัดเจนขึ้น
ทรงคาง V ปลายมน
เป็นลักษณะทรงคางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เพราะให้ความรู้สึกละมุน ไม่แข็งกระด้าง และไม่ดูเป็นคางที่ผ่านการฉีดจนเกินไป เหมาะกับคนที่อยากได้ความเรียวแต่ยังคงความอ่อนหวานของใบหน้าเอาไว้
ทรงคางมนธรรมชาติ
เป็นลักษณะทรงคางที่เน้นความกลมกลืนกับโครงหน้าเดิม ไม่เปลี่ยนลุคมากนัก เหมาะกับคนที่ต้องการแก้ปัญหาคางบุ๋มหรือคางพับ มากกว่าการเปลี่ยนรูปทรงคางทั้งหมด
ทรงคางสไตล์สายฝอ
เป็นลักษณะทรงคางที่เน้นความพุ่งและมีมิติชัดเจนในมุมมองด้านข้าง เหมาะกับคนที่มีปัญหาคางถอยหรือคางแบน และต้องการให้เส้นกรอบหน้าด้านข้างดูมีมิติมากขึ้น
ฉีดฟิลเลอร์คางอันตรายไหม
การฉีดฟิลเลอร์คางถ้าไม่อยากให้เกิดผลข้างเคียงหรือเกิดอันตรายตามมาในภายหลัง อันดับแรกเลยต้องเลือกฉีดกับแพทย์ที่มีประสบการณ์ ผ่านเคสมาเยอะ เราสามารถศึกษารายละเอียดดูรูปรีวิว ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกรับบริการกับสถานพยาบาลนั้น ๆ
นอกจากนี้ สถานพยาบาลที่เราเลือกก็ควรเชื่อถือได้ สะอาด มีบรรยากาศที่ดี และผ่านการรับรองมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข โดยฟิลเลอร์ที่ใช้ฉีดก็ควรเป็นฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากอย. ด้วยเช่นกัน
หากเราเลือกแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์ หรือ ฟิลเลอร์ไม่ผ่านการรับรองมาตรฐานก็อาจเกิดผลข้างเคียงตามมาได้
ใครบ้างเหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์คาง
- ผู้ที่มีปัญหาคางสั้น คางเบี้ยว คางพับ หรือคางบุ๋ม
- ผู้ที่อยากได้คางทรง V-Shape แต่ไม่อยากผ่าตัด
- ผู้ที่ต้องการปรับสัดส่วนใบหน้าให้ดูสมส่วนมากขึ้นโดยไม่ต้องพักฟื้นนาน
- ผู้ที่อยากลองทรงคางก่อนตัดสินใจเสริมซิลิโคนคางในอนาคต
คางแบบไหนที่แก้ไขได้ด้วยการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์คาง
คางสั้น
ปัญหาคางสั้น มักทำให้ใบหน้าดูหดหรือดูกลม การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยเพิ่มความยาวของคาง ให้ได้ทรง V ปลายมนที่ดูเข้ารูปมากขึ้น
คางตัด
ปัญหาคางตัด คือลักษณะของปลายคางที่ดูเหลี่ยมชัดเจนจนอาจทำให้ใบหน้าดูแข็งเกินไป การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยเก็บมุมคางให้โค้งมนขึ้น เพื่อให้รับกับกรอบหน้าโดยรวมได้ดีมากขึ้น
คางพับ
ปัญหาคางพับ สังเกตได้จากรอยพับใต้ริมฝีปากล่างที่ชัดเจนเวลาพูดหรือยิ้ม ซึ่งเกิดจากผิวบริเวณนั้นที่ดูไม่ต่อเนื่องกับคาง การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเติมเต็มจะช่วยให้ผิวคางเรียบต่อเนื่องกันมากขึ้น
คางถอย
ปัญหาคางถอย เป็นลักษณะคางที่ถอยเข้าไปมากกว่าปกติ จนทำให้ริมฝีปากดูยื่นและใบหน้าด้านข้างขาดมิติไป การฉีดฟิลเลอร์จะช่วยดันปลายคางออกมาให้สมดุลกับตำแหน่งจมูก และริมฝีปากมากขึ้น
คางเบี้ยว
ปัญหาคางเบี้ยว ไม่ต่อเนื่องกับแนวกราม หรือเบี้ยวไปข้างใดข้างหนึ่ง สามารถแก้ไขได้ด้วยการฉีดฟิลเลอร์คางโดยไล่แนวกรอบหน้าให้เป็นเส้นเดียวกัน ซึ่งต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียดจากแพทย์
คางบุ๋ม
ปัญหาคางบุ๋ม ผิวคางเป็นรอยบุ๋มคล้ายเปลือกส้ม มักเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อคางที่ไม่สม่ำเสมอ การฉีดฟิลเลอร์เข้าไปเติมเต็มร่องเหล่านั้นจะช่วยให้ผิวคางเรียบเนียนมากขึ้นได้ แม้ในขณะที่แสดงสีหน้า
ปัญหาหลังฉีดฟิลเลอร์คาง ที่ควรแก้ไข
การฉีดฟิลเลอร์คางต้องใช้ศาสตร์และศิลป์เช่นเดียวกันกับการฉีดฟิลเลอร์บริเวณอื่น ๆ ซึ่งหากฉีดโดยแพทย์ที่ขาดประสบการณ์ด้านการฉีดฟิลเลอร์ ก็จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ถูกใจได้ เช่น คางที่แหลม ยาวเกินไป ไม่รับกับรูปหน้า คางเบี้ยว คางเป็นก้อน คางย้อย จากการที่ฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่งในปริมาณที่มากเกินไป เป็นต้น
ฉีดฟิลเลอร์คาง vs เสริมซิลิโคนคาง แบบไหนดีกว่ากัน
ฉีดฟิลเลอร์คาง
การฉีดฟิลเลอร์คาง เป็นการปรับรูปคางรูปหน้าให้ใบหน้าดูละมุนมีมิติ ดูสมส่วนมากยิ่งขึ้น รูปหน้าดูได้รูปมากขึ้น ซึ่งการฉีดฟิลเลอร์จะเหมาะกับคนที่มีปัญหาคางไม่มากนัก เช่นคางหุบใน คางตัด คางไม่เท่ากัน คางบุ๋ม แต่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในเคสแบบนี้สามารถแก้ปัญหาข้อบกพร่องด้วยการฉีดฟิลเลอร์ปรับแต่งรูปหน้าได้ ทำให้คางและใบหน้าดูละมุนอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าหากต้องการรูปคางที่ยาวมากๆการฉีดฟิลเลอร์ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์สำหรับบุคคลที่ต้องการมีคางที่ยาว
เสริมซิลิโคนคาง
การเสริมซิลิโคนคาง เหมาะสำหรับบุคคลที่มีปัญหาบริเวณคางสั้นมากๆ คางไม่ได้รูป และต้องการมีคางที่ยาว การเสริมซิลิโคนคางจึงตอบโจทย์มากกว่าการฉีดฟิลเลอร์สำหรับบุคลที่ต้องการมีคางที่ยาว ถึงแม้ว่าการฉีดฟิลเลอร์จะช่วยเสริมคางให้ยาวขึ้นได้แต่ก็ได้เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นประมาณ 1 เซนติเมตร ซึ่งการเสริมซิลิโคนให้คางยาวได้รูปจะตอบโจทย์ได้มากกว่า ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบุคคลด้วยเช่นกัน และยิ่งไปกว่านั้นถ้าหากทำกับแพทย์ที่ประสบการณ์น้อยก็อาจจะต้องทำการผ่าตัดเสริมคางใหม่อีกครั้งด้วยเช่นกัน ทำให้เสียเวลาเพิ่มมากขึ้นด้วย
การเตรียมตัวก่อนฉีดฟิลเลอร์คาง
- ควรศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ ดูทั้งประสบการณ์แพทย์ผู้ฉีด รูปรีวิวก่อนหลังการรักษา สถานที่สะอาด เชื่อถือได้ รวมถึงดูฟิลเลอร์ที่สถานพยาบาลนั้น ๆ เลือกใช้ ว่าผ่านการรับรองมาตรฐานหรือไม่
- งดอาหารเสริมหรือยาบางชนิด เช่น ยาแอสไพริน และวิตามินเสริมต่างๆ
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ก่อนเข้ารับบริการ
- หากต้องการทำเลเซอร์บริเวณหน้าควรทำก่อนเข้ารับบริการฉีดฟิลเลอร์คางอย่างน้อย 2 สัปดาห์
ข้อควรปฏิบัติหลังฉีดฟิลเลอร์คาง
- ทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด รวมถึงประคบเย็น
- หลีกเลี่ยงการนอนหลังการฉีด ฟิลเลอร์คางอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง
- ไม่ควรแต่งหน้า หลังฉีดฟิลเลอร์คางในวันแรก
- งดการออกกำลังกายอย่างหนักในช่วง 1-2 วันแรก หลังฉีดฟิลเลอร์คาง
- งดการทำทรีตเมนต์ เลเซอร์ต่างๆที่ผ่านความร้อนอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆประมาณวันละ 12 แก้ว และเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ฟิลเลอร์ที่ฉีด
- ห้ามเท้าคาง นอนคว่ำ นวดกดบริเวณคาง เพราะอาจทำให้ฟิลเลอร์เคลื่อนตัวจนเสียรูปได้
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์คาง
ฉีดฟิลเลอร์คาง เจ็บไหม
ก่อนฉีดฟิลเลอร์โดยทั่วไปแล้ว มักจะมีการแปะยาชาก่อนและในตัวยาฟิลเลอร์ส่วนใหญ่มีส่วนผสมของยาชาเฉพาะที่อยู่แล้ว ทำให้ความรู้สึกระหว่างทำจะรู้สึกเพียงตึง ๆ หรือปวดเล็กน้อยตามธรรมชาติของการใช้เข็ม ทั้งนี้ ความรู้สึกเจ็บของแต่ละคนจะแตกต่างกันไปตามความไวต่อความเจ็บของแต่ละคน
ฉีดฟิลเลอร์คาง บวมกี่วัน
โดยทั่วไป อาการบวมจะเกิดขึ้นมากในช่วง 24 ชั่วโมงแรก และจะค่อย ๆ ลดลงภายใน 3-5 วัน (ขึ้นอยู่กับปริมาณฟิลเลอร์ที่ฉีดและการดูแลตัวเองหลังทำ)
ถ้าไม่ชอบทรง แก้ได้ไหม
หากฉีดแล้วรู้สึกว่าทรงคางไม่ตรงกับที่ต้องการ สามารถกลับไปปรึกษาแพทย์ที่ฉีดให้เพื่อประเมินแนวทางแก้ไขได้ ซึ่งอาจใช้วิธีฉีดสลายฟิลเลอร์บางส่วนแล้วปรับทรงใหม่ให้เหมาะสมมากขึ้น
ปรึกษาการฉีดโปรแกรมฟิลเลอร์คาง ที่ Amarante Clinic
และสำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีดี ๆ ที่จะช่วยปรับทรงคางให้เข้ากับใบหน้าของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นทรง V-Shape, V ปลายมน, ทรงคางมนธรรมชาติ หรือทรงคางสไตล์สายฝอ แนะนำให้เริ่มต้นจากการเข้าปรึกษากับทีมแพทย์เฉพาะทางที่ Amarante Clinic ก่อน เพื่อที่แพทย์จะสามารถประเมินโครงสร้าง และสัดส่วนของใบหน้า เพื่อออกแบบรูปทรงคางว่า ทรงคางแบบไหนจะเข้ากับสัดส่วนใบหน้าของคุณได้เป็นอย่างดี และในบางเคส แพทย์ยังอาจแนะนำให้ฉีดจุดใกล้เคียงเพิ่มเติมร่วมด้วย เช่น โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์แก้มตอบ หรือโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ร่องแก้ม เพื่อให้ผลลัพธ์โดยรวมของใบหน้ากลมกลืนและสมส่วนมากขึ้น
หากสนใจสามารถสอบถามข้อมูลหรือดูรีวิวเพิ่มเติมได้ภายในเว็บไซต์ หรือปรึกษาปัญหาเบื้องต้นได้ตามช่องทางด้านล่างนี้