หลายคนประสบปัญหากรามใหญ่ ทำให้ใบหน้าดูใหญ่ ไม่ได้สัดส่วน จึงต้องหาทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อปิดในส่วนที่ไม่มั่นใจ อย่าปล่อยให้ความกังวลใจอยู่ได้นาน ขอแนะนำโปรแกรม โบท็อกกราม หนึ่งในทางเลือกที่ช่วยปรับให้กรามเล็กลง โดยที่ไม่ต้องทำการผ่าตัด หรือพักฟื้น เห็นผลลัพธ์ได้จริง
สรุปสาระสำคัญ
- โบท็อกกราม คือ การฉีด Botulinum Toxin บริเวณกล้ามเนื้อมุมกราม (Masseter) เพื่อลดการทำงานของกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวและเล็กลง ใบหน้าจะดูเรียว กรอบหน้าชัดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น
- การทำโปรแกรมโบท็อกกราม เหมาะกับผู้ที่มีกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ ผู้ที่ต้องการหน้าเรียวลงอย่างเป็นธรรมชาติ ผู้ที่มีพฤติกรรมกัดฟันหรือขบฟัน และผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าโดยไม่ผ่าตัด
- จำนวนยูนิตที่เหมาะสมสำหรับการทำ โบท็อกกราม อยู่ที่ประมาณ 25 – 40 ยูนิตต่อข้าง หรือรวมสองข้างประมาณ 50–100 ยูนิต หากฉีดร่วมกับโบท็อกลิฟกรอบหน้า อาจต้องเพิ่มอีกประมาณ 30 – 50 ยูนิต
โบท็อกซ์กราม คืออะไร?
โบท็อกกราม คือ การฉีดสาร Botulinum Toxin บริเวณกล้ามเนื้อมุมกราม (Masseter) เพื่อช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อที่มีขนาดใหญ่หรือใช้งานมาก เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวและค่อย ๆ เล็กลง รูปหน้าจึงดูเรียว กรอบหน้าชัดขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น
โบท็อกซ์กราม ช่วยอะไร?
โบท็อกกราม ช่วยลดการทำงานของกล้ามเนื้อมุมกราม ทำให้ขนาดกล้ามเนื้อค่อย ๆ เล็กลง ส่งผลให้ใบหน้าดูเรียวลง กรามชัดน้อยลง และรูปหน้าดูละมุนขึ้นอย่างดูเป็นธรรมชาติ การฉีดโบท็อกหน้าเรียวจึงเหมาะกับผู้ที่หน้ากว้างจากกล้ามเนื้อกราม หรือมีการดึงรั้งของกล้ามเนื้อบริเวณกรอบหน้าและลำคอ เมื่อทำร่วมกับโบท็อกลิฟกรอบหน้า จะช่วยให้กรอบหน้าดูชัดและยกกระชับมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม โบท็อกไม่สามารถปรับโครงสร้างใบหน้า เติมเต็ม หรือสร้างมิติใหม่ให้ใบหน้าได้ หากต้องการปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนชัดเจน เช่น เสริมคาง เติมแก้มตอบ หรือปรับสมดุลใบหน้าโดยรวม แนะนำให้ทำร่วมกับ ฟิลเลอร์ ซึ่งช่วยเติมเต็ม ปรับรูปหน้า และออกแบบสัดส่วนใบหน้าได้ตรงจุด
โบท็อกซ์กราม เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีกรามใหญ่จากกล้ามเนื้อ ไม่ใช่โครงกระดูก
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าให้เรียวลง หน้าเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ
- ผู้ที่มีพฤติกรรมกัดฟัน หรือขบฟัน ทำให้กล้ามเนื้อกรามทำงานมาก
- ผู้ที่ไม่ต้องการผ่าตัด และต้องการวิธีปรับรูปหน้าที่ไม่ต้องพักฟื้น
- ผู้ที่ต้องการให้ใบหน้าดูละมุนและได้สัดส่วนมากขึ้น
โบท็อกซ์กราม กับโบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า
โบท็อกกราม เป็นการฉีดท็อกซินไปยังบริเวณกล้ามเนื้อบริเวณมุมกราม เพื่อลดการทำงานและขนาดของกล้ามเนื้อ ทำให้ใบหน้าดูเรียวและกรามเล็กลง เหมาะกับผู้ที่กรามใหญ่จากกล้ามเนื้อเป็นหลัก ขณะที่โบท็อกลิฟกรอบหน้า จะฉีดตามแนวกรอบหน้าและลำคอ เพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ดึงผิวลง ช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย และทำให้กรอบหน้าดูคมชัดขึ้น
โดยโบท็อกกรามจะเน้นลดความกว้างของใบหน้า ส่วนโบท็อกลิฟกรอบหน้าจะเน้นเรื่องการยกกระชับผิว ซึ่งทั้งสองหัตถการสามารถทำร่วมกันได้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ใบหน้าที่เรียวสวยและกรอบหน้าชัดอย่างดูเป็นธรรมชาติ
ฉีดโบท็อกซ์กรามกี่ครั้งเห็นผล
การฉีดโบท็อกกราม ส่วนใหญ่เห็นผลได้ตั้งแต่ครั้งแรก โดยผลลัพธ์จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์ และเห็นผลชัดเจนเต็มที่ประมาณ 2 – 3 เดือน จึงสามารถสังเกตได้ชัดว่าใบหน้าดูเรียวและได้สัดส่วนมากขึ้น
โบท็อกกราม อยู่ได้นานแค่ไหน
โดยทั่วไปผลลัพธ์ของ โบท็อกกราม สามารถคงอยู่ได้นานประมาณ 3 – 8 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของโบท็อกที่ใช้ การดูแลตัวเองหลังฉีด และการตอบสนองของร่างกายในแต่ละบุคคล
ปรับโครงสร้างใบหน้า เติมเต็ม หรือสร้างมิติใหม่ให้ใบหน้าโปรแกรม โบท็อกซ์ ที่ Amarante Clinic
ปรับใบหน้าให้เรียวเล็ก สวยเป๊ะทุกมุมได้อย่างมั่นใจ ด้วยโปรแกรมโบท็อก ที่ Amarante Clinic ให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด เพื่อมอบผลลัพธ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของตนเองอย่างแท้จริง
- เรามีทีมแพทย์เฉพาะทางมากประสบการณ์ มั่นใจคุณภาพการรักษา ด้วยทีมแพทย์ที่ผ่านการดูแลมาแล้วหลายพันเคส จึงมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในโครงสร้างใบหน้าและมวลกล้ามเนื้อของผู้เข้ารับบริการแต่ละท่าน ทำให้สามารถวิเคราะห์ปัญหาได้อย่างละเอียดพิถีพิถันและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดที่สุด
- มาพร้อมกับการวิเคราะห์และออกแบบเฉพาะบุคคล เพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวสวยเป็น V-Shape อย่างเหมาะสมตามมิติใบหน้าของแต่ละบุคคล
- เทคนิคการฉีดขั้นสุดที่แม่นยำและประณีต มุ่งเน้นการกระจายตัวของยาในจุดที่ต้องการ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ ไม่แข็งทื่อ และไม่ตึงจนเกินไป
- มาตรฐานการรักษาและเครื่องมือระดับสากล ยึดถือจรรยาบรรณสูงสุดในการรักษา เลือกใช้เครื่องมือและผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย และได้มาตรฐานสากล เพื่อให้มั่นใจได้ในผลลัพธ์ที่สวยงามควบคู่ไปกับความปลอดภัย
ฉีดโบท็อกซ์กราม ต้องใช้กี่ยูนิต
การฉีดโบท็อกกรามโดยทั่วไปจะใช้ประมาณ 25 – 40 ยูนิตต่อข้าง หรือรวมกันทั้งสองข้างไม่เกิน 50 – 100 ยูนิต ถ้าหากต้องการฉีดลิฟกรอบหน้าก็อาจจะต้องเพิ่มอีกประมาณ 30 – 50 ยูนิต ทั้งนี้ ปริมาณยูนิตจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แพทย์จะเป็นผู้ประเมินใบหน้าอย่างละเอียด เพื่อวางแผนจำนวนยูนิตที่เหมาะสมก่อนการรักษา
โบท็อกซ์กรามหน้าเรียวจริงไหม?
การฉีดโบท็อกลดกรามสามารถช่วยให้ใบหน้าดูเรียวขึ้นได้จริง โดยเฉพาะในผู้ที่มีกรามใหญ่จากการใช้งานของกล้ามเนื้อบดเคี้ยว (บริเวณกราม) เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัวและมีขนาดเล็กลง รูปหน้าจะดูอ่อนหวานและสมส่วนมากขึ้น
ทำไมฉีดโบท็อกซ์ลดกราม แล้วไม่เห็นผล ?
หากฉีดโบท็อกกรามไปแล้วไม่เห็นผล อาจเป็นเพราะจำนวนยูนิตที่ใช้น้อยเกินไป หรือปัญหาหน้าใหญ่ไม่ได้มาจากกล้ามเนื้อ เพราะโบท็อกออกฤทธิ์เฉพาะที่กล้ามเนื้อเท่านั้น แพทย์จึงจำเป็นต้องประเมินสาเหตุของปัญหารูปหน้าอย่างละเอียด ว่ามาจากโครงกระดูก กล้ามเนื้อ หรือไขมัน หากต้องการปรับรูปหน้าในภาพรวมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เตรียมตัวก่อนฉีดโปรแกรมโบท็อกซ์กราม
- งดยา อาหารเสริม หรือวิตามินที่มีผลกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
- งดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ AHA รวมถึงงดการขัดหรือสครับผิวหน้า อย่างน้อย 1 – 2 วัน
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการฉีด อย่างน้อย 1 – 2 วัน
- หากมียาประจำ หรือมีโรคประจำตัว ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนเข้ารับการรักษา
ดูแลตัวเองหลังฉีดโบท็อกซ์กราม
- หากมีอาการบวมหรือรอยช้ำ สามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการได้
- ภายใน 1 – 2 ชั่วโมงแรกหลังฉีด ควรขยับกล้ามเนื้อบริเวณกรามเบา ๆ เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายเข้าสู่กล้ามเนื้อได้อย่างเหมาะสม
- หลังฉีดอาจมีรอยนูนเล็กน้อยบนผิว ซึ่งถือเป็นอาการปกติ และจะค่อย ๆ ยุบหายไปเองภายใน 2 – 3 ชั่วโมง
- ในช่วง 3 – 4 ชั่วโมงแรก ควรงดนอนราบ นอนคว่ำ หรือนอนตะแคง เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวยาโบท็อกเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่ไม่ต้องการ
- ในช่วง 3 – 5 ชั่วโมงแรก ควรหลีกเลี่ยงความร้อนโดยตรง เช่น การอยู่หน้าเตาที่มีความร้อนสูง การเข้าซาวน่า หรือการอบสมุนไพร
- งดออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ใช้แรงมากในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังฉีด
- หลีกเลี่ยงการกด นวด ขัด ถู หรือสัมผัสบริเวณที่ฉีดแรง ๆ เพราะอาจทำให้ตัวยาไหลไปตำแหน่งอื่น
- หลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์ รวมถึงการใช้ผลิตภัณฑ์หรือเครื่องสำอางที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว ในช่วง 1 วันแรกหลังทำ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ AHA หรือสารผลัดเซลล์ผิว
ฉีดโบท็อกซ์กรามที่ไหนดี
การเลือกสถานที่ฉีดโบท็อกกราม ควรพิจารณาจากปัจจัยสำคัญเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้มาตรฐาน ดังนี้
- คลินิกต้องได้มาตรฐาน มีใบอนุญาตถูกต้อง สถานที่สะอาด และมีการจัดสรรพื้นที่เป็นสัดส่วน
- ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางหรือแพทย์ผู้รักษา ต้องมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ สามารถตรวจสอบใบประกอบวิชาชีพได้จริง
- ใช้โบท็อกแท้ ผ่านการนำเข้าอย่างถูกต้อง มีเลข Lot No. ระบุวันผลิตและวันหมดอายุชัดเจน สามารถตรวจสอบกับบริษัทผู้นำเข้าได้
- มีทีมพนักงานมืออาชีพ ให้คำปรึกษา แนะนำ และดูแลติดตามผลหลังทำอย่างใกล้ชิด
- มีรีวิวจากผู้ใช้บริการจริง เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจและเห็นผลลัพธ์ที่น่าเชื่อถือก่อนเข้ารับบริการ
ทำไมต้องฉีดโบท็อกซ์กรามที่ Amarante Clinic
โบท็อกกราม เป็นหัตถการที่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ที่มีความชำนาญในการปรับรูปหน้าและมีประสบการณ์ในการฉีดโบท็อก Amarante Clinic ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้เข้ารับบริการทุกท่าน มั่นใจได้ว่าจะได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและไม่มีผลข้างเคียงอันตราย หากสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือดูรีวิวเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ตามช่องทางการติดต่อที่ได้แนบไว้ข้างล่างนี้