อาการแพ้ฟิลเลอร์ เป็นอาการหลังจากทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ ซึ่งจะมีโอกาสเกิดได้น้อย ถ้าหากใช้ฟิลเลอร์ที่มีสารเติมเต็ม Hyaluronic Acid ที่มีความปลอดภัยสูง ไม่ระคายเคือง และก่อให้เกิดอาการแพ้ สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ แต่ในวันนี้เราจะพูดอันตรายของอาการแพ้ฟิลเลอร์ และใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
สารบัญ
อาการแพ้ฟิลเลอร์ คืออะไร
อาการแพ้ฟิลเลอร์ คือ อาการที่ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อต้านสารเติมเต็มที่ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นฟิลเลอร์ HA, ฟิลเลอร์ปลอมซิลิโคนเหลว คอลลาเจนจากสัตว์, การฉีดไขมัน ส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ เช่น อาการบวมแดง เป็นก้อน ลมพิษขึ้น ปวดร้อน ตุ่มคัน เกิดหนองใน หรือร้ายแรงจนอักเสบ ติดเชื้อ เนื้อตายได้
อ่านแล้วอาจจะดูน่ากลัวไปบ้าง แต่สำหรับผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์แท้ หรือ ฟิลเลอร์ที่เป็น สารไฮยาลูรอนิกแอซิด (Hyaluronic Acid) จะมีโอกาสน้อยมากกว่า 1% ที่จะเกิดอาการแพ้ฟิลเลอร์ชนิดนี้ เนื่องจาก Hyaluronic Acid หรือ กรดไฮยาลูรอน เป็นโมเลกุลที่มีอยู่ในร่างกายอยู่แล้ว และฟิลเลอร์ก็เปรียบเสมือนกรดไฮยาลูรอนสังเคราะห์ ถูกสร้างเพื่อเลียนแบบใกล้เคียงกับกรดไฮยาลูรอนในร่างกายมนุษย์มากที่สุด เพื่อทดแทนไฮยาลูรอนที่ร่างกายสูญเสียไปนั่นเอง ดังนั้น ควรสังเกตตัวเองหลังจากทำโปรแกรมฟิลเลอร์ว่ามีอาการเข้าข่าย แพ้ฟิลเลอร์ หรือไม่
อาการแพ้ฟิลเลอร์ อาการบวมหลังฉีดฟิลเลอร์
หลายคนอาจจะมีข้อสงสัยว่าอาการบวมหลังจากฉีดนั้นถือเป็นหนึ่งในอาการแพ้ฟิลเลอร์ด้วยหรือไม่? อาการบวมเข็มสามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติ เนื่องจากเข็มที่ใช้ในการฉีดนั้นไปทำให้เนื้อเยื่อผิวหนังบางส่วนเสียหายขึ้นมา ผิวหนังส่วนนั้นจึงบวมตามกลไกของร่างกายเพื่อทำการซ่อมแซมเนื้อเยื่อนั่นเอง โดยปกติแล้วจะบวมประมาณ 7-14 วัน แต่มักจะเกิดอาการบวมมากที่สุดในช่วง 2-3 วันแรก ซึ่งหากเป็นอาการบวมที่ไม่เป็นอันตราย จะสามารถหายได้เอง โดยไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ และไม่จำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อทำการรักษาเพิ่มเติม
ผลข้างเคียงอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นหลังแพ้ฟิลเลอร์
- มีรอยแดงหรือรอยช้ำจากเข็มบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์
- อาการบวมแดง บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์
- อาการเป็นก้อน นูน แดง ไม่เรียบเนียน
- อาการผื่น ลมพิษแบบรุนแรง
- อาการปวดบวม แดงร้อน มีตุ่ม ก้อนหนอง อาจเกิดการติดเชื้อ
- อาการตาบอด เกิดจากความผิดพลาดในการฉีดฟิลเลอร์จนเกิดการอุดตัน
** ควรเลือกคลินิกได้มาตรฐาน แพทย์ที่มีความชำนาญเฉพาะด้าน และเลือกใช้ฟิลเลอร์แท้ที่ผ่านการรับรองระดับสากล จะช่วยหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงดังกล่าวนี้ได้ **
ใครที่มีความเสี่ยงต่อการแพ้ฟิลเลอร์
- ผู้ที่มีอาการแพ้ฟิลเลอร์ประเภท Hyaluronic Acid
- ผู้ที่มีประวัติการแพ้ยาชา เนื่องจากฟิลเลอร์บางยี่ห้อมีส่วนผสมของ Lidocaine (ยาชา)
- ผู้ที่มีโรคที่เกี่ยวกับภูมิแพ้ต่ำ หรือภูมิแพ้ตัวเอง (SLE) ทุกประเภท ควรงดการฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์จะไปกระตุ้นให้อาการกำเริบได้
- ผู้ที่มีภาวะเลือดหยุดยาก มีแผลฟกช้ำง่าย ต้องรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ยังไม่ควรทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์
วิธีรักษาและการดูแลตนเองหากแพ้ฟิลเลอร์
ถ้าหากเกิดอาการบวมแดง ฟิลเลอร์อักเสบ ที่เกิดจากการแพ้ฟิลเลอร์ แนะนำให้รีบเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษา โดยให้แพทย์ประเมินว่าควรรับประทานยาแก้อักเสบเพื่อระงับอาการปวดบวมแดง
แต่ถ้าหากสังเกตแล้วมีอาการบวมแดง แสบร้อน มีรอยช้ำ ผิวหนังเปลี่ยนสี เกิดตุ่มหนอง ตุ่มใส เป็นอาการบวมแดงที่ผิดปกติ อาจเกิดจากการติดเชื้อหลังฉีดฟิลเลอร์หรือ แพ้ฟิลเลอร์ ควรเข้าพบแพทย์ทันทีถ้ารุนแรงอาจมีการประเมินให้ฉีดสลายฟิลเลอร์ โดยการฉีดสลายจะสามารถทำได้เมื่อเป็นฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid เท่านั้น
ฟิลเลอร์อักเสบ คืออะไร
ฟิลเลอร์อักเสบ คือ อาการที่ร่างกายตอบสนองต่อตัวสารเติมเต็มที่เข้ามา แม้ว่าตัว HA ฟิลเลอร์จะไม่ใช่สารที่อันตราย แต่ก็นับว่าเป็นสิ่งที่เข้าสู่ร่างกายใหม่ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงมีการตอบสนองต่อฟิลเลอร์ จึงเกิดเป็นอาการอักเสบ เช่น ปวด บวมแดง ร้อน มีตุ่ม เป็นก้อนนูนขึ้น
วิธีการสังเกตฟิลเลอร์อักเสบด้วยตนเอง
- บริเวณที่ทำการฉีด จะรู้สึกปวด รู้สึกร้อนมากกว่าปกติ
- มีอาการบวมขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณที่ฉีด และเมื่อกดแล้วจะรู้สึกเจ็บ
- บริเวณที่ฉีด เป็นก้อนนูนออกมาจากผิว ทั้งเวลายิ้มหรือเวลาขยับกล้ามเนื้อใบหน้า
- บริเวณที่ฉีด มีลักษณะแดงหรือดำคล้ำผิดปกติ
- บริเวณที่ฉีด จะรู้สึกร้อน และรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัว
ฉีดฟิลเลอร์แล้วบวมแดง เกิดจากอะไร อันตรายหรือไม่
อาการบวมแดงหลังจากฉีดฟิลเลอร์ เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั่วไป เกิดจากการที่เข็มเข้าไปใต้ผิวหนัง และทำให้เนื้อเยื่อบริเวณโดยรอบเกิดความเสียหาย จึงเกิดการตอบสนองของร่างกายขึ้น หลังจากผ่านไป 3 – 7 วัน อาการเหล่านี้ก็จะดีขึ้น
ฟิลเลอร์ไม่เหมาะกับใครบ้าง
การทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์มีข้อดีมากมาย ในการช่วยแก้ไขปัญหาผิว แต่มีในคนบางกลุ่มที่ควรหลักเลี่ยง ดังนี้
- ผู้ที่มีการตั้งครรภ์ หรือยังอยู่ในช่วงให้นมบุตร
- ผู้ที่มีอาการแพ้ หรือประวัติแพ้ยาในกลุ่ม Lidocaine
- ผู้ที่มีอาการแพ้ฟิลเลอร์ หรือสารสังเคราะห์ Hyaluronic acid
- ผู้ที่มีปัญหาเลือดออกง่าย เลือดไหลหยุดยาก มีแผลฟกช้ำได้ง่าย
- ผู้ที่มีการใช้ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด
- ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันไวกว่าปกติ จะมีความเสี่ยงต่อการแพ้ฟิลเลอร์
- ผู้ที่มีประวัติแพ้โปรตีนจากแบคทีเรียแกรมบวก
- ผู้ที่มีอาการงูสวัด หรือเป็นเริม ควรหลีกเลี่ยงการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ เพราะจะทำให้อาการกำเริบหนักขึ้นได้
รีวิวการฉีดฟิลเลอร์ที่ Amarante Clinic
โปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ที่ Amarante Clinic ดีอย่างไร
การแพ้ฟิลเลอร์ เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้เฉพาะบุคคล ดังนั้น การเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน และแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญการเฉพาะด้านฟิลเลอร์ จึงเป็นสิ่งจำเป็นมากในการทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์ เพราะจะสามารถหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงที่อันตราย โดยที่ Amarante Clinic เป็นคลินิกที่ได้มาตรฐาน และมีแพทย์มากความสามารถ ที่จะประเมินปรึกษาความเสี่ยงในแต่ละบุคคลได้ว่ามีอาการหรือโรคที่ไม่ควรทำโปรแกรมฉีดฟิลเลอร์หรือไม่ หรือในกรณีที่แพ้ฟิลเลอร์มา ก็สามารถรักษาได้อย่างปลอดภัย ถูกต้อง

