ปัญหากระ เป็นจุดสีน้ำตาลเล็ก ๆ ที่ขึ้นกระจายอยู่บนหน้าแก้ม อีกทั้งยังสามารถขึ้นได้ตามส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้อีกด้วย หากปล่อยให้ปัจจัยกระตุ้นเข้ามาทำร้ายผิวอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ปัญหากระรุนแรงฝังลึกจนรักษาได้ยากกว่าเดิม ดังนั้น ควรเริ่มทำการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ และป้องกันผิวเพื่อไม่ให้มีปัญหากระเพิ่มอีก
สรุปสาระสำคัญ
- กระ มีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ สีน้ำตาลอ่อน กระจายตัวทั่วใบหน้าและร่างกาย มักปรากฎที่โหนกแก้ม จมูก และในส่วนบริเวณที่ถูกแสงแดดบ่อย
- สาเหตุของการเกิดกระ เกิดจากร่างกายผลิตเม็ดสีอย่างผิดปกติ ทำให้ผลิตออกมามากเกินไป เนื่องจากปัจจัยภายในของร่างกาย เช่น อายุที่มากขึ้น พันธุกรรม หรือมีปัจจัยภายนอกมากระตุ้น เช่น รังสี UV, ผลิตภัณฑ์หรือยาบางชนิด
- การหลีกเลี่ยงการเกิดกระ สามารถทำได้ด้วยการหลีกเลี่ยงปัจจัยการกระตุ้นให้เกิดกระ เช่น การทาครีมกันแดด หลบเลี่ยงแสงแดดแรง และดูแลผิวอย่างเหมาะสม
- วิธีการรักษากระ มีทั้งวิธีการรักษาด้วยตัวเอง และวิธีทางการแพทย์ ซึ่งการรักษาที่เห็นผลและตรงจุดมากที่สุด คือ การทำเลเซอร์ เช่น PicoSure Laser
สาเหตุไหนบ้างที่ทำให้เกิดกระ
- รังสี UV : แสงแดด แสงสีฟ้าจากหน้าจออุปกรณ์ จะกระตุ้นให้ร่างกายผลิตเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น เห็นเป็นปัญหากระในที่สุด
- พันธุกรรม : หากในครอบครัวมีประวัติการเป็นกระ ก็มีโอกาสสูงที่บุคคลในครอบครัวจะเป็นได้เช่นกัน
- อายุที่เพิ่มขึ้น : ยิ่งอายุมากขึ้น เซลล์ผิวเสื่อมสภาพลง ความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองและการปกป้องผิวจากแสงแดดหรือมลภาวะลดลง ทำให้เม็ดสีทำงานผิดปกติและเกิดฝ้า กระ ในผิวของคนมีอายุได้ง่ายขึ้น
- การใช้ผลิตภัณฑ์หรือยาบางชนิด : บางตัวอาจทำให้ผิวไวต่อแสงแดด เกิดกระได้ง่าย
กระมีกี่ประเภท แต่ละประเภทเกิดจากสาเหตุใด
กระตื้น (Ephelides) : มีลักษณะจุดเล็ก ๆ สีน้ำตาลอ่อน ขึ้นบริเวณโหนกแก้มหรือจมูก เกิดจากการกระตุ้นเม็ดสีเมลานินโดยรังสี UV ทำให้สีเข้มและขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อโดนแดดบ่อย
กระลึก (Nevus of Hori’s) : มีลักษณะเป็นจุดหรือแผ่นสีน้ำตาลไปจนถึงสีเทาดำ คล้ายปานหรือฝ้า พบตามโหนกแก้ม จมูก และขมับ เกิดจากการกระจายตัวของเม็ดสีเมลานินลึกในชั้นผิว สามารถถูกกระตุ้นได้จากรังสี UV และความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
กระเนื้อ (Seborrheic Keratosis) : เป็นลักษณะเหมือนมีก้อนเล็ก ๆ หรือตุ่มนูนบนผิว อาจเป็นแบบนูนต่ำแนบไปกับผิวหรือเป็นนูนเด่นได้ มีสีตั้งแต่สีน้ำตาลไปจนถึงสีดำ เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ผิวหนังชั้นกำพร้า ร่วมกับปัจจัยกระตุ้นอื่น เช่น อายุที่มากขึ้น และพันธุกรรม
กระแดด (Freckles) : มีลักษณะป็นรอยปื้นสีน้ำตาล พบได้ทั้งบนใบหน้าและตามร่างกาย มีสาเหตุมาจากการถูกแสงแดดเป็นเวลานาน ทำให้เม็ดสีเมลานินผลิตมากขึ้นและกลายเป็นกระขึ้นมา มักพบในผู้ที่มีผิวขาวและผู้สูงอายุ
ทำอย่างไรให้ไม่เป็นกระ
- หลีกเลี่ยงแสงแดด โดยเฉพาะช่วงแดดแรง ควรสวมหมวก กางร่ม หรือใส่แว่นกันแดด แม้จะทาครีมกันแดดแล้วก็ตาม
- ทาครีมกันแดดทุกวัน เลือกสูตรที่ป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ค่า SPF 50+ ขึ้นไป และควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม (ประมาณ 2 ข้อนิ้วมือ)
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการอดนอนทำให้ผิวอ่อนแอและเสื่อมสภาพง่ายขึ้น
- ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและแข็งแรง
เป็นกระแล้วมีวิธีการรักษาแบบไหนบ้าง
การรักษากระ สามารถทำได้ด้วยตนเอง ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ทานอาหารเสริม หรือการใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับรักษากระโดยเฉพาะ
แต่เพื่อให้เห็นผลลัพธ์เร็ว มีประสิทธิภาพ และไม่ก่อให้เกิดอันตราย ขอแนะนำให้เลือกใช้วิธีทางการแพทย์ เช่น การฉีดเมโสฝ้า, การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมี หรือการทำเลเซอร์กระ เลเซอร์จะยิงผ่านผิวหนังลงไปยังชั้นผิวหนังทำลายเม็ดสีที่เป็นต้นตอของฝ้าให้แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ ฝ้าจึงค่อยๆ จางลง และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน โดยเลเซอร์กระที่ได้รับความนิยม ได้แก่ Picosure Laser, Q-switched Laser เป็นต้น
รักษารอย กระ ด้วยโปรแกรม Picosure Pro Laser ที่ Amarante clinic
เคลียร์ปัญหากระ คืนผิวกระจ่างใส ไร้รอยดำ ด้วยโปรแกรม Picosure Pro Laser ที่ Amarante clinic เทคโนโลยีเลเซอร์ทรงประสิทธิภาพ ตรงเข้ากำจัดเม็ดสีผิวที่ผิดปกติได้อย่างละเอียดและแม่นยำ โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบข้าง ทำให้รอยกระดูจางลงอย่างชัดเจน พร้อมด้วยทีมแพทย์มากฝีมือด้านเลเซอร์โดยเฉพาะ มีประสบการณ์มาแล้วกว่าหลายพันเคส และสามารถตั้งค่าพลังงานได้อย่างเหมาะสมกับทุกสภาพผิวของผู้เข้ารับบริการ ดึงความมั่นใจให้กลับมาได้อีกครั้ง
จะรู้ได้อย่างไรว่าเป็น กระ หรือ ฝ้า
หากกำลังสงสัยอยู่ว่ารอยที่เกิดขึ้นบนใบหน้าเป็น กระ หรือ ฝ้า สามารถแยกได้จากลักษณะต่อไปนี้
- กระ : มีลักษณะเป็นจุดเล็ก ๆ สีน้ำตาลอ่อน กระจายตัวทั่วไป มักพบที่โหนกแก้มและจมูก
- ฝ้า : เป็นรอยปื้นสีน้ำตาลเข้มกว่าสีผิวปกติ ลักษณะเป็นแผ่นหรือติดกันเป็นกระจุก มักเกิดบริเวณแก้ม
กระ อันตรายหรือไม่?
กระ ถือว่าเป็นปัญหาที่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายหรือสุขภาพในด้านใด เพียงแต่จะส่งผลกระทบด้านภาพลักษณ์และบุคลิกภาพ เพราะปัญหากระสามารถเกิดได้ทั้งบนใบหน้าและร่างกาย อย่างไรก็ตาม ควรสังเกตลักษณะกระที่ปรากฏ หากมีความผิดปกติ เช่น มีการกระจายตัวกว้างอย่างรวดเร็ว หรือสีเข้มขึ้น ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่น
สำหรับผู้ที่สนใจโปรแกรม Picosure Pro Laser ที่ Amarante Clinic
เพื่อการรักษากระได้อย่างมีประสิทธิภาพ การทำเลเซอร์กระจึงตอบโจทย์ในการรักษา ขอแนะนำโปรแกรม Picosure Pro Laser ช่วยทำลายเม็ดสีที่เกาะรวมกันเป็นกระให้แตกตัวได้ละเอียดในระดับอนุภาคโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อรอบด้าน ทำให้ปัญหากระดูจางลงทันที พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนในชั้นผิว เสริมให้ผิวมีความกระจ่างใส เรียบเนียนมากขึ้น ถ้าหากสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหรือทักแอดเพื่อขอดูรีวิวเพิ่มเติมได้ตามช่องทางด้านล่างนี้ได้เลย